ลุ้นรับวัตถุมงคลฟรี

วัดและพระเกจิ ดูเพิ่มเติม >>

คำคมธรรมะ

ข่าวงานบุญ ดูเพิ่มเติม >>

26 ตุลาคม 2561 : ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง เป็นเจ้าภาพร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี มหากุศล สมทบทุนสร้างอาคารปฎิบัติธรรม ณ สถานที่ปฎิบัติธรรมสามหลวงพ่อ จ.ฉะเชิงเทรา

              เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๑ ผ่านมา : บจก.ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง นำโดยคุณอำพา ยงพิศาลภพ รองกรรมการผู้จัดการ และคุณศุภกฤษ มากผล ผู้จัดการทั่วไป พร้อมด้วยตัวแทนพนักงาน ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี มหากุศล โดยมี พระครูธรรมธร ดร.มนตรี สุนทรเมโธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม วรวิหาร ประธานสำนักปฏิบัติธรรมสามหลวงพ่อ เป็นองค์ประธานในการจัดสร้าง อาคารปฏิบัติธรรม และองค์สมเด็จทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ณ สถานที่ปฏิบัติธรรมสามหลวงพ่อ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา โดยได้ยอดผ้าป่าทั้งสิ้นเป็นจำนวน ๖๕,๘๒๐ บาท ขอให้อนิสงค์ผลบุญในครั้งนี้ ขอให้ท่านทั้งหลาย และครอบครัวประสบความสุขความเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ทุกประการเทอญฯ





17 ตุลาคม 2561 : ถวายมุฑิตาสักการะ ท่านเจ้าคุณพระโสภณธรรมวงศ์ (เจ้าคุณน้อย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม กรุงเทพฯ

                 วันที่ 17 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา คุณนิพนธ์ หมีอินทร์ ผู้จัดการแผนก โครงการเช่าบูชาวัตถุมงคล
บริษัททเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด เป็นผู้แทนเข้าถวายมุฑิตาสักการะเนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล 46 ปี
ท่านเจ้าคุณพระโสภณธรรมวงศ์ (เจ้าคุณน้อย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม กรุงเทพฯ
และกาลนี้ร่วมมุฑิตาที่ท่านเจ้าคุณพระโสภณธรรมวงศ์ (วศก ปญฺญาอกฺโข ดร.) น.ธ.เอก,พธ.บ,ศศ.ม,รป.ด
ได้ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะแขวงวัดสามพระยา ณ พระอุโบสถวัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

8 ตุลาคม 2561 : ถวายมุฑิตาสักการะเนื่องในโอกาสงานบำเพ็ญกุศลฉลองอายุ วัฒนมงคล 90 ปี พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระสุธรรมาธิบดี (แบน กิตฺติสาโร ป.ธ.5)

              เมื่อวันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม 2561  ที่ผ่านมา  คุณนิพนธ์ หมีอินทร์  ผู้จัดการแผนก โครงการเช่าบูชาวัตถุมงคลบริษัททเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด เป็นผู้แทนเข้าถวายมุฑิตาสักการะเนื่องในโอกาสงานบำเพ็ญกุศลฉลองอายุวัฒนมงคล 90 ปี พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระสุธรรมาธิบดี (แบน  กิตฺติสาโร ป.ธ.5)ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ ผู้อำนวยการมูลนิธิสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์ ณ วัดสิรินธรเทพรัตนาราม ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม

บทความธรรม ดูเพิ่มเติม >>

พระปิดตา พระเครื่องที่แสดงถึง "นัย" หรือ "ปริศนาธรรม"

พระปิดตา มีพุทธศิลปะ เป็นเอกลักษณ์แตกต่าง จากพระเครื่อง ประเภทอื่น ๆ โดยพระปิดตามีลักษณะเด่น ในส่วนที่มีการทำรูปเคารพเป็นรูปปิดทวารทั้ง 9 นั้น ก็คือมือคู่หนึ่งปิดหน้า คือปิดตา 2 ข้างปิดจมูก 2 ปิดปาก 1 และมีมืออีกคู่หนึ่งมาปิดที่หู 2 ข้าง ส่วนอีกมือคู่หนึ่งนั้นปิดที่ทวารทั้ง 2 รวมเป็นปิดทวารทั้งเก้า คือเป็นอุปเท่ห์หมายถึง ตอนที่พระภควัมปติท่านกำลังเข้านิโรธสมบัติ ทวารทั้งเก้าก็จะปิดสนิท ไม่ยินดียินร้ายกับกิเลสทั้งหลาย หมายถึงดับสนิท อาสวะกิเลสต่างๆ ไม่อาจที่จะเข้ามาแผ้วพานได้เลย

ซึ่งทำให้พระปิดตานั้น เป็นพระเครื่องที่แสดงถึง "นัย" หรือ "ปริศนาธรรม" แห่งงานพุทธศิลปะอย่างโดดเด่น ยากจะหาพระเครื่องประเภทใดเทียบเทียมได้ การปิดกั้นทวารทั้ง 9 เป็นปริศนาธรรม ที่กั้นกิเลสจากภายนอกไม่ให้เข้ามาสู่ภายใน เพื่อจุดหมายแห่งการปฏิบัติกรรมฐาน ซึ่งโบราณาจารย์ที่สร้างพระปิดตา (หรือปิดทวาร) ในอดีตจะเป็นพระภิกษุที่ขึ้นชื่อลือเลื่องทางวิปัสสนาธุระทั้งสิ้น

5 สุดยอดพระปิดตา ยอดนิยม

1. พระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก หรือ จุ่มรัก หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี
ราชาแห่ง พระปิดตา เนื้อผง ที่มีค่านิยมสูงที่สุด มีเรื่องเล่าขานกันว่า ตอนจัดสร้างนั้น มีเศษผงที่เหลือปลิวไปตกในตุ่มน้ำ สาวแก่แม่ม่ายที่วักน้ำลูบเนื้อตัวเป็นอันต้องมนต์ไหลหลงกันถ้วนทั่ว จนมีผู้พยายามขูดเนื้อขององค์พระไปใช้ในทางที่ผิด หลวงพ่อจึงให้นำพระมาจุ่มรักหรือคลุกรักเพื่อป้องกันการขูดเนื้อแบ่งออกเป็น 3 พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่, พิมพ์กลาง, หลังแบน, หลังเรียบ, หลังยันต์ และพิมพ์เล็ก

2. พระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง จ.นนทบุรี
จัดเป็นพระยอดนิยมระดับต้นๆ ของประเทศ มี 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ชะลูด และ พิมพ์ตะพาบ พระแต่ละองค์จะมีขนาดและสีสันแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย เพราะเป็นการจัดสร้างตามวิธีโบราณ เนื้อพระเป็นเนื้อผงพุทธคุณที่มาจากการลบพระคาถาพระยันต์อิติปิโส พระยันต์ไตรสรณาคม และพระยันต์โสฬสมหามงคล รวมกับว่านและรากไม้อันทรงคุณด้านเมตตามหานิยม เคล้ากับรัก สีจะออกเป็นสีมะขามเปียก มีความหนึกนุ่ม พบเนื้อเป็นสีขาวบ้างแต่น้อยมาก จุดสังเกตสำคัญคือ เป็นพระปิดตาแบบพิมพ์ประกบ จึงปรากฏตะเข็บด้านข้างให้เห็นเกือบทุกองค์

3. พระปิดตายันต์ยุ่ง หลวงปู่ทับ วัดทอง กรุงเทพฯ
พระปิดตาที่หลวงปู่ทับสร้างขึ้น ส่วนมากจะเป็นแบบลอยองค์นั่งขัดสมาธิเพชร พระหัตถ์จะล้วงปิดทวารทางด้านในไม่ผ่านหน้าแข้ง ด้านข้างไม่ปรากฏรอยตะเข็บ เพราะท่านสร้างโดยวิธีปั้นหุ่นด้วยเทียนขี้ผึ้งทีละองค์ แล้วใช้ดินเหนียวประกบด้านนอก เทโลหะที่หลอมละลายทางก้นหุ่น เนื้อโลหะที่ร้อนจัดจะทำให้เทียนละลายและสำรอกออกทางรูที่เจาะไว้ เหลือแต่เนื้อโลหะเป็นรูปองค์พระแทน พระปิดตาของหลวงปู่ทับจะไม่เหมือนกันเลยทั้งรูปองค์และลวดลายของอักขระยันต์ ถึงแม้จะเป็นพระที่มีลักษณะเดียวกันหรือพิมพ์เดียวกันก็ตาม เนื้อที่มีค่านิยมสูง คือ เนื้อสำริดเงิน

4. พระปิดตายันต์ยุ่ง หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง กรุงเทพฯ
หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง หรือ ´ท่านเจ้าคุณเฒ่า´ เป็นพระเกจิชื่อดังในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ วัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังที่ท่านสร้างมีมากมายหลายประเภท และยังคงเป็นที่นิยมและแสวงหามาตราบจนปัจจุบัน หนึ่งในนั้นก็คือ ‘พระปิดตา’ ซึ่งแบ่งได้เป็น 4 แบบ คือ พระปิดตาไม้แกะ อุดชันนะโรง, พระปิดตาเนื้อสัมฤทธิ์และเนื้อตะกั่ว พิมพ์ยันต์ยุ่ง, พระปิดตาและพระปิดทวารเนื้อตะกั่วผสมดีบุก และพระปิดตาและปิดทวารเนื้อผง โดยทุกแบบล้วนมีค่านิยมสูงทั้งสิ้น

5. พระปิดตาพิมพ์สะดือเล็ก หลังแบบ รุ่นแรก หลวงปู่เฮี้ยง วัดป่าอรัญญิการาม จ.ชลบุรี
หลวงปู่เฮี้ยง ปุณณัจฉันโท เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังของเมืองชลบุรี และเป็นผู้ได้รับสืบทอดตำราการสร้างพระปิดตาทั้งเนื้อผงและเนื้อผงคลุกรักจากพระเกจิอาจารย์ดังหลายรูปในจังหวัด พระปิดตา รุ่นแรกนี้ สร้างเมื่อปี พ.ศ.2495 โดยได้ต้นแบบจาก ‘พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว พิมพ์กลางหลังแบบ’ ของ คหบดีใจบุญของเมืองชลฯ รวมทั้งผงแท่ง ผงพุทธคุณ และผงวิเศษ เพื่อสร้างพระเป็นกรณีพิเศษ เป็นพระที่มีพิมพ์ทรงงดงามและพุทธคุณเป็นเลิศ จัดสร้างเพียง 500 องค์ ปัจจุบันสภาพสวยๆ หาดูได้ยากมาก

คาถาอาราธนาพระปิดตา

นะโมพุทธัสสะ คะวัมปะติสสะ, นะโมธัมมัสสะ คะวัมปะติสสะ, นะโมสังฆัสสะ คะวัมปะติสสะ, สุขา สุขะ วะรัง นะโมพุทธายะ, มะอะอุ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา เจวะ เสกขา ธัมมา ยะธาพุทโมนะฯ (บริกรรมเพิ่มทรัพย์ ลาภดีนักแล)

เครื่องรางวัตถุมงคลเสริมบารมีด้านมหาอำนาจ

เครื่องรางวัตถุมงคลเสริมบารมีด้านมหาอำนาจ เครื่องรางวัตถุมงคลเสริมบารมีด้านมหาอำนาจ พระเกจิ ที่มีการจัดสร้างวัตถุมงคลเครื่องรางของขลัง ส่วนมา มักจัดสร้างในรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ส่วนมากจะเป็นรูปที่มีลักษณะน่าเกรงขามและดูมีอำนาจในตัวเครื่องรางวัตถุมงคลนั้น ๆ อาทิเช่น

  1. เครื่องรางวัตถุมลคลรูปลักษณ์ สิงห์  สิงห์เป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ เป็นสัตว์ที่มีความน่าเกรงขาม ดูสง่า สิงห์จะแบ่งออกเป็น 2 ปรเภท คือ ราชสีห์ และ สิงห์ผสม วัตถุมงคลพุทคุณด้านมหาอำนาจ น่าเกรงขาม กันคุณไสย ยกตัวอย่างวัตถุมงคลเครื่องราง คือ สิงห์งาแกะ หลวงพ่อเดิม
  2. เครื่องรางวัตถุมงคลรูปลักษณ์ เสือ ด้วยลักษณะของเสือ ที่มีความกล้าหาญ ดุดัน วัตถุมงคลก็ให้พุทธคุณด้านอำนาจ ตัวอย่างวัตถุมงคลเครื่องรางของขลัง คือ เสือหลวงพ่อปาน ยันต์เสือมหาอำนาจ
  3. เครื่องรางวัตถุมงคลรูปลักษณ์ ครุฑ ให้พุทธคุณทางด้าน มหาอำนาจ การปกครอง ยังสามารถกันภูตผีปีศาจได้อีกด้วย ยกตัวอย่าง ในอดีต มีข้าราชการย้ายไปประจำยังสถานที่ใหม่ จังหวัดใหม่ ก็เคยใช้กระดาษตราครุฑป้องกันภูตผีปีศาจมาแล้ว หรือเหรียญบาทตราครุฑ ที่พรานป่านำติดตัวตอนเข้าป่าล่าสัตว์เพื่อป้องกันภยันอันตรายต่าง ๆ วัตถุมงคลเครื่องราง คือ พญาครุฑ
  4. เครื่องรางวัตถุมงคลรูปลักษณ์ ตะขอช้าง ให้พุทธคุรด้านมหาอำนาจ การควบคุมคน กันคุณไสย ภูติผีปีศาจ เพราะตะขอช้างจะมีแรงครูหมอปะกำช้างที่สูง ให้มีอำนาจควบคุม สถานการณ์ต่าง ๆ ให้ไปตามทิศทางที่ต้องการ วัตถุมงคลเครื่องรางคือ หนังประกำช้าง

การกำเนิดของพระราหู

การกำเนิดของพระราหูนั้น มีอยู่สองตำนาน ตามตำรับของอินเดียอันเป็นตำนานเก่าแก่ ได้กล่าวไว้ว่า พระศิวะมหาเทพ ทรงเป็นผู้สร้างทั้งโลก ทั้งจักรราศี และปวงเทพทั้งหลาย รวมถึงเทพนพเคราะห์ทั้งเก้าพระองค์ด้วย พระราหูท่านก็เป็น "เทพ" องค์หนึ่งในเก้าองค์นั้น ตอนพระศิวะมหาเทพสร้างท่านขึ้นมาจากหัวผีโขมด 12 หัวนั้น พระองค์เล็งเห็นว่า "ยักษ์" ผู้ดูแลด่านสวรรค์ขึ้นกลางนั้นได้หมั่นกราบไหว้บูชารำลึกถึงพระองค์อยู่มิได้ขาด

จนพระองค์ทรงประธานให้ยักษ์ทั้งปวงเสมอมา จนเป็นที่ยอมรับทั้งสามโลกว่า ยักษ์อยู่ในความคุ้มครองดูแลของพระองค์ เมื่อทรงสร้างเทพให้มีหน้าที่ดูแลจักรราศีทั้งสิบสองนักษัตรนั้น แต่ละองค์ล้วนหล่อเหลารูปร่างสะโอดสะองค์ทั้งสิ้น ไม่มีเค้าโครงของยักษ์ที่ได้ชื่อว่าเป็นเด็กของพระองค์เลยแม้สักองค์เดียว ด้วยทรงมีพระเมตตาเกรงว่าบรรดาเหล่ายักษ์จะน้อยใจ เพราะไม่มีเอกลักษณ์ของยักษ์ในจักรราศีกับเขามั่งเลย

จึงตัดสินพระทัยปั้นหัวผีโขมดทั้ง 12 ให้เป็นเอกลักษณ์ของยักษ์สักหนึ่งองค์ ก็ไม่รู้สว่าเป็นบุญหรือกรรมของพระราหูกันแน่ เพราะยักษ์มีเรือนกายสูงใหญ่กว่าเทวดาหลายเท่านัก หัวโขมดทั้ง 12 ที่ตากแห้งแล้วโขลกจนเป็นผงประพรมด้วยน้ำอมฤตที่ทรงสร้างขึ้นเอง เพื่อให้เทพที่สร้างเป็นอมตะ คือ ไม่เจ็บป่วย ไม่ชราภาพ ไม่มีการจุติ (ตาย) เหมือนเทวดาและนางฟ้าอื่นๆ มีใครเคยได้ยินว่า เทพนพเคราะห์องค์ไหน ลาป่วย เกษียณอายุ แล้วก็ถึงแก่อนิจกรรมมั่งไหมล่ะ ?

เพราะเทพนพเคราะห์ทุกพระองค์ล้วนผ่านการประพรมน้ำอมฤตที่พระศิวะมหาเทพทรงปลุกเสกขึ้นมาด้วยพระองค์เองทั้งสิ้น ขนาดพระอาทิตย์ถูกระอังคารสับด้วยพระขรรค์จนเศียรแบะเป็นเสี่ยงๆ ยังไม่บาดเจ็บถึงจุติเลย แถมยังเอาจักรเพชรร่อยไปตัดขาขวาพระอังคารขาดจนได้อีกด้วย ก็เพราะเทพนพเคราะห์ทุกพระองค์ ไม่มีวันแก่ ไม่มีวันเจ็บ ไม่มีวันตาย นี่และ ทำให้เทวดาและนางฟ้าทั้งหลายอายเป็นมั่ง จึงชวนกันไปจับพญานาคมาพันรอบเขาพระสุเมรุ เพื่อกวนเกษียรสมุทรเพื่อไว้ดื่มให้เป็นอมตะมั่ง

แต่น้ำอมฤตที่ช่วยกันกวนนี้มีผลดี ข้างเคียง คือ เมื่อดื่มเข้าไปแล้ว ต่อให้แก่งั่กผมก็ขาวโพลน เหาะไม่ตรงทางแล้วก็กลับกลายเป็นหนุ่มสาวขึ้นใหม่ แถมได้ความหล่อความสวย หุ่นดีขึ้นอีกด้วย

หัวผีโขมดทั้ง 12 หัวปั้นเป็นยักษ์ จึงปั้นได้แค่ครึ่งตัว ครั้งจะเด็ดหัวผีโขมดมาเพิ่มอีกก็ไม่รู้มันมุดหนีหายหัวไปไหนหมด งานนี้เอาพระศิวะมหาเทพถึงกับทรงประทับนั่งกุมขมับไปพักใหญ่ มองไปมองมาทรงเหลือบพระเนตรไปเห็นนางพญานาคเด็กของท่านท้าวมหาพรหมไล่ฟัดกันอย่างสนุกสนาน ผ่านมา 9 ตัว จึงทรงคว้ามาขยำ ๆ รวมกัน แล้วนำไปเสียบต่อที่กลางตัวยักษ์ เป่าพระคาถาใส่ พระราหูจึง ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อแรกกำเนิดพระราหูทรงมีเรือนกายเป็นสัมฤทธิ์

มีทองคำ 100% เหลืองอร่ามอยู่เป็นแห่ง ๆ พระศิวะมหาเทพทรงทอดพระเนตรแล้วทรงเห็นว่าไม่สวยงาม จึงชักผ้าพันพระศอมาขัดถูไปทั่วกายของพระราหู (มีเทพนพเคราะห์ 2 องค์เท่านั้นที่ได้สัมผัสผ้าพันพระศอของพระศิวะอีกองค์ คือ พระเสาร์) ยิ่งขัดก็ยิ่งดำ ท่านเลยเลิกขัด แต่กระนั้นยังทรงนำทองคำมาทำเป็นภูษาผ้าทรงให้พระราหูสวมใส่ และด้วยพระเมตตาที่ทางสร้างพระราหูให้มีเรือนร่างพิกล

จึงพระราชทานพระขรรค์ชัยให้เป็นอาวุธคู่พระหัตถ์ พระราชทานพระให้ว่า "หากยามใดที่เจ้ามีจิตใจผ่องใส มีกุศลกรรมเป็นที่ตั้ง ยามนั้นให้เรือนกายและใบหน้าของเจ้ากลับกลายเป็นเทพบุตรสุดสง่า มีฤทธานุภาพที่สูงส่งไม่มีผู้ใดต้านทานได้" แล้วทานก็จับพญาครุตดำมาให้พระราหูขี่ท่องเที่ยวไปในจักรวาล(ครุฑของพระนารายณ์เป็นครุฑแดง ครุฑของพระราหูเป็นครุฑดำ มีความศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังทั้งคู่

เมื่อพระพุทธเจ้าขึ้นไปโปรดพุทธมารดา พระราหูมีดวงจิตที่ผ่องใส มีกุศลที่ต้องการสดับพระธรรมเทศนาจากพระพุทธองค์ เรือยกายของพระราหูกลายเป็นเทพบุตรสุดสง่า เมื่อสดับพระธรรมมเทศนาไปถึงตอนที่ว่า "นักขัตตะยักขาภูตานัง ปาปัคคะหะนิวาระณา ปริตตัสสานุภาเวนะ หันตวา เตสัง อุปัททะเว" (ความป้องกันบาปเคราะห์ทั้งหลาย อันเกิดแก่นักษัตร ยักษ์ และภูติที่มีขึ้นแล้ว ด้วยอานุภาพแห่งพระปริตร จงกำจัดเสียชึ่งบาปเคราะห์เหล่านั้น) โดนใจพระราหูสุดๆ จนเผลออุทานออกมาว่า "นะโม ตัสส" (ขอนอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า)

เมื่อได้ฟัง "โอวาทปาฏิโมกขาทิปาฐะ" จบลง พระราหูท่านถึงกับมีดวงตาเห็นธรรม เกิดความเบื่อหน่ายในภพ ชาติ ชรา พยาธิ เกิด มรณานุสติขึ้นในดวงจิต แม้ท่านจะเป็นเทพอมตะ แต่เมื่อสดับพระธรรมเทศนาจากพระพุทธองค์หลายบทเข้า ท่านจึงกำหนดดวงจิตที่จะจุติ เพื่อบำเพ็ญโพธิสัตว์บารมีให้สำเร็จ รอการมาบำเพ็ญโพธิญาณบารมีเพื่อการตรัสรู้เป็นเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาลต่อไป

พระเดชพระคุณ พระพหรมมังคลาจารย์ (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตร ท่านเข้าใจเรื่องพระราหูตอนเป็นเทพบุตรได้ดี ท่านจึงสร้างพระราหูหน้าเทพขึ้นมาให้สาธุชนได้กราบไหว้บูชา หาศิริมงคลความเจริญรุ่งเรือง ความผาสุกอันยาวนานให้แก่ชีวิต ด้วยการขอบารมีจากพระราหูท่านกลับกลายร่างเป็นเทพ เพียงระวังของไหว้ ไม่ควรใช้สุรากุ้งพล่าปลายำอีกแล้ว เปลี่ยนเป็นส้มสุกลูกไม้อาหารทั่วไปแทน

พระเครื่องออนไลน์

เว็บพระแท้ ร่วมสร้างสะสมบุญไปกับ Amulet24.com พระเครื่องออนไลน์ รวมวัตถุมงคล เช่าบูชาพระแท้ 100% ออกจากวัดโดยตรง รวบรวมทั้งเครื่องรางของขลัง มวลสารศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อโสธร หลวงปู่ทวด สมเด็จพุฒาจารย์โต และอีกหลากหลายพระเกจิชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทย อานิสงส์ของการทำบุญ แก้ปีชง 2562 ช่วยให้ชีวิตราบรื่น ปัดเป่าเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี โดยรายได้แต่ละโครงการไม่เพียงแค่ร่วมทำบุญ แต่เงินทุกบาทยังมีส่วนร่วมในการทํานุบํารุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป ส่งฟรีที่เซเว่นอีเลฟเว่น รับวัตถุมงคลได้ทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง