ท้าวเวสสุวรรณ วัดจุฬามณี

วัดและพระเกจิ ดูเพิ่มเติม >>

บทความ

ข่าวงานบุญ ดูเพิ่มเติม >>

วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๔ เข้ากราบถวายสักการะเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พร้อมทั้งกราบขอพร ท่านเจ้าคุณพระโสภณธรรมวงศ์

วันที่ ๒๖ มกราคม  ๒๕๖๔  ที่ผ่านมา  คุณนิพนธ์ หมีอินทร์ ผู้จัดการแผนก โครงการเช่าบูชาวัตถุมงคล

บริษัททเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด เป็นผู้แทนเข้ากราบถวายสักการะเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พร้อมทั้งกราบขอพร

ท่านเจ้าคุณพระโสภณธรรมวงศ์ (วศก ปัญญาอักโข) นธ.เอก,พธ.บ.,ศศ.ม,ร.ป.ด.

เจ้าอาวาสวัดอินทรวรวิหาร กรุงเทพฯ / เจ้าคณะแขวงวัดสามพระยา

วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เข้ากราบถวายสักการะเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พร้อมทั้งกราบขอพร หลวงพ่อพระครูนิวิฐสาธุวัตร (หลวงพ่อทองหล่ำ ยโสธโร)

วันที่ ๒ กุมภาพันธ์  ๒๕๖๔  ที่ผ่านมา  คุณนิพนธ์ หมีอินทร์ ผู้จัดการแผนก โครงการเช่าบูชาวัตถุมงคล

บริษัททเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด เป็นผู้แทนเข้ากราบถวายสักการะเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พร้อมทั้งกราบขอพร

หลวงพ่อพระครูนิวิฐสาธุวัตร (หลวงพ่อทองหล่ำ ยโสธโร) นธ.เอก,ป.ธ.๕,พธ.บ.,M.P.A.

เจ้าอาวาสวัดเจ้าอาม  กรุงเทพมหานคร

วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๔ เข้ากราบถวายสักการะเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พร้อมทั้งกราบขอพร ท่านพระครูวศินปริยัตยากร (พระครูปลัดสมภูมิ สมจิตฺโต) หรือพระอาจารย์โชคดี

วันที่ ๒๕ มกราคม  ๒๕๖๔  ที่ผ่านมา  คุณนิพนธ์ หมีอินทร์ ผู้จัดการแผนก โครงการเช่าบูชาวัตถุมงคล

บริษัททเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด เป็นผู้แทนเข้ากราบถวายสักการะเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พร้อมทั้งกราบขอพร

ท่านพระครูวศินปริยัตยากร (พระครูปลัดสมภูมิ สมจิตฺโต) หรือพระอาจารย์โชคดี นธ.เอก,ป.ธ.๓,พธ.บ.

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชัยญาติการามวรวิหาร กรุงเทพฯ

บทความธรรม ดูเพิ่มเติม >>

หลวงพ่อปลดหนี้ วัดพระธาตุวาโย

หลวงพ่อปลดหนี้ วัดพระธาตุวาโย อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา
หลวงพ่อปลดหนี้ วัดพระธาตุวาโย เป็นพระพุทธรูปปางชนะมาร หรือมารวิชัย ประวัติดั้งเดิมไม่ปรากฎแน่ชัด แต่เมื่อครั้นเริ่มก่อสร้างวัดห้วยน้ำทรัพย์ พระธาตุวาโย เมื่อปี พ.ศ. 2528 หลวงพ่อปลดหนี้นี้ก็ได้ปรากฎมาแต่เดิมก่อนแล้ว ซึ่งพุทธคุณของหลวงพ่อปลดหนี้ มีดังนี้
- ปลดหนี้สิน
- ทำมาหากินคล่องตัว
- ทำมาค้าขึ้น
วัดห้วยน้ำทรัพย์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า "วัดพระธาตุวาโย" เป็นวัดที่มีชื่อเสียงในเขตอำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา แวะชมพระมหาเจดีย์ พระธาตุวาโย ที่มีรูปแบบเจดีย์ 3 สีไม่เหมือนที่ไหน งดงามแปลกตาราวกับช้างเผือกในป่าใหญ่ ภายในมีลวดลายวิจิตรสวยงาม กราบสักการะพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ และขึ้นไปยังชั้นบนขององค์เจดีย์เพื่อชมวิวทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำลาดกระทิง
วัดห้วยน้ำทรัพย์ ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำลาดกระทิง ในอำเภอสนามชัยเขต หากเดินทางจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา ใช้เส้นทางเข้าสู่อำเภอท่าตะเกียบ (ทางที่จะเข้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน (3259) วัดพระธาตุวาโย จะถึงก่อน
วัดห้วยน้ำทรัพย์ เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์ หลังจากนั้นมีคุณแม่สุจิตรา พานทอง** และคณะศิษย์ ร่วมสนับสนุนให้สร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2528 โดยเกิดจากนิมิตรของคุณแม่สุจิตรา เกี่ยวกับเรื่องเมืองวาโยนคร ว่าในสมัยหลังพุทธกาลสองร้อยกว่าปี ดินแดนแห่งนี้เคยเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ ถูกขนานนามว่า "วาโยนคร" มีท้าวแสนชัยเป็นเจ้าเมือง ที่นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ดินแดนแห่งนี้ แต่ด้วยภัยธรรมชาติและโรคระบาดครั้งใหญ่ ทำให้ดินแดนแห่งนี้สาบสูญไป
วัดห้วยน้ำทรัพย์ เป็นวัดที่มีพื้นที่กว้างไปจรดบริเวณอ่างเก็บน้ำลาดกระทิง โดยรอบมีต้นไม้ร่มรื่น กลางวัดมีถนนตัดผ่าน จึงแบ่งพื้นที่เป็นสองส่วน ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างให้ชม บางจุดอยู่ในระยะไกลกัน ต้องขับรถไปชม ส่วนที่โดดเด่นที่สุดภายในวัด คือ พระมหาเจดีย์พระธาตุวาโย



พระมหาเจดีย์พระธาตุวาโย หลวงพ่อปลดหนี้ วัดพระธาตุวาโย

พระมหาเจดีย์พระธาตุวาโย เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำขนาดใหญ่ สูง 39 เมตร ฐานเจดีย์มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง 20 เมตร เนื้อที่ภายในองค์เจดีย์มีประมาณ 400 ตารางวา (1 ไร่) ใช้งบประมาณทั้งสิ้นกว่า 60 ล้านบาท เริ่มวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2532 แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2536

ภายนอกของเจดีย์พระธาตุวาโย เป็นเจดีย์ที่มีรูปลักษณะคล้ายเจดีย์ทรงระฆัง แต่แตกต่างจากเจดีย์ทั่วไปคือ มีองค์ระฆังซ้อนกัน 3 ชั้น แต่ละชั้นประดับด้วยสีกระเบื้องต่างกันออกไป 3 สี ทำให้ดูโดดเด่น องค์ระฆังชั้นล่างประดับด้วยกระเบื้องสีเหลืองทอง องค์กลางมีขนาดเล็กลง ประดับด้วยกระเบื้องสีน้ำเงิน ส่วนองค์ระฆังชั้นบนประดับด้วยกระเบื้องสีขาว มีขนาดเล็กลดหลั่นกันไป ต่อจากองค์เจดีย์สีขาว เป็นปล้องไฉน ปลี และปลียอด ตามลำดับ (ไม่มีบัลลังก์ เสาหาน และก้านฉัตร เหมือนเจดีย์ทรงระฆังโดยทั่วไป) รอบองค์ระฆังแต่ละชั้นนอกจากจะต่างสีกั้นแล้ว ที่คอระฆัง และปากระฆังแต่ละองค์ ยังประดับลวดลายดอกแบบไทยๆ ดูงดงามมาก

องค์มหาเจดีย์ตั้งอยู่บนฐานทรงกระบอก ที่ทำเป็นซุ้มประตูทางเข้า 4 ทิศ แต่ละประตูมีบันไดพญานาคนำเข้าสู่ตัวเจดีย์ และโดยรอบเจาะเป็นช่องหน้าต่างเรียงรายตลอด ส่วนภายในองค์เจดีย์ เป็นโถงขนาดใหญ่ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ โดยแบ่งออกเป็นชั้นๆ คือ

ชั้น 1 มีลักษณะเป็นโถงทรงกลมใหญ่ มีหน้าต่างใสให้ความสว่างรอบทิศ สีภายในชั้นล่างเน้นสีเหลืองทอง ประดับด้วยลวดลายไทยสวยงาม เมื่อต้องแสงไฟยิ่งทำให้ลวดลายดูเรืองรองสวยงามยิ่งขึ้น ตรงกลางมีเสาแกนกลางเจดีย์ และเสารับคานรายล้อมอีก 8 ต้น เสาแต่ละต้นตกแต่งด้วยลวดลายแกะสลักดูอ่อนช้อยสวยงาม เสาแกนกลางประดิษฐานพระพุทธรูปปางยืน 5 องค์ เปรียบได้กับพระพุทธเจ้าห้าพระองค์* ประทับยืนหันหน้าออกจากเสา ทุกองค์มีพุทธลักษณะกำลังก้าวย่าง มีพระพุทธรูปหนึ่งองค์ที่มีพุทธลักษณะแตกต่างจากองค์อื่นคือ มีสีพระวรกายเป็นสีเทา พระหัตถ์ขวาอุ้มบาตร ส่วนพระหัตถ์ซ้ายยกขี้นระดับอก ห้องโถงชั้นล่างนี้ มีหน้าต่างโดยรอบ เหนือกรอบหน้าต่าง เป็นภาพเขียนสีน้ำมัน ที่เขียนถึงเรื่องเล่าของชาววาโยนาคนคร** จากโถงชั้นล่าง มีบันไดเวียนสำหรับขึ้นไปยังชั้นกลาง และชั้นบน เป็นบันไดเหล็กที่ค่อนข้างแคบและชัน (อาจไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ)

* พระพุทธเจ้าห้าพระองค์ที่กล่าวถึง ได้แก่ พระกกุสันธพุทธเจ้า พระโกนาคมพุทธเจ้า พระกัสสปพุทธเจ้า พระศากยมุนีโคดมพุทธเจ้า (องค์ปัจจุบัน) และพระอริยเมตตรัยพุทธเจ้า (เป็นองค์ในอนาคตที่ยังไม่ปรากฏ)

** ภาพประวัติเรื่องเล่าชาววาโย เป็นภาพเล่าเรื่องราวในช่วงสงครามระหว่างไทยกับขอม ขณะที่ฝ่ายไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบขอม เจ้าขุนมูลนายท่านหนึ่งจึงได้พาไพร่พลหลบหนีออกมา ในระหว่างนั้นเอง ท่านได้เกิดนิมิตรขึ้นว่า มีเทวดาบอกให้ตั้งรกรากใหม่ที่ตรงนี้ ซึ่งเคยเป็นเมืองพญานาค จะทำให้บ้านเมืองจะมีความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งต่อมาท่านได้สร้างเมืองวาโย จนกลายเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก การค้าขายรุ่งเรือง ผู้คนผาสุข รักในศาสนา และตั้งอยู่ในศีลธรรม

เจ้าเมืองวาโยมีลูกสาว 3 คน ลูกสาวสองคนแรกได้ออกเรือนพร้อมกันไปแล้ว พอถึงลูกสาวคนสุดท้อง กลับได้ลูกเขยที่มีนิสัยชอบเล่นการพนัน กินเหล้าเมายา จนเชื่อกันว่าการที่มีลูกเขยที่ไม่ตั้งอยู่ในศีลในธรรมนั้น มีส่วนทำให้เมืองเกิดอาเพท เกิดภัยพิบัติผู้คนล้มตาย ทำการค้าใดก็ไม่เจริญ จนกระทั่งวันหนึ่ง มีเทวดาได้มาเข้าฝันสองตายาย ผู้ที่อยู่ในศีลธรรม มีจิตใจเมตตา เคารพในศาสนา เทวดากล่าวว่าให้สร้างวัดขึ้น เพื่อให้ชาววาโย ได้กลับมาเพื่อนำความเจริญให้กลับคืนมาอีกครั้ง

ชั้น 2 เมื่อขึ้นมาถึงชั้น 2 มีลักษณะเป็นโถงขนาดกลาง เสาแต่ละต้นประดับกระเบื้องสีน้ำเงิน ที่เสากลาง และคานรับเสา ยังคงประดับด้วยลวดลายอ่อนช้อย ชั้นนี้ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ มากมาย ทั้งโดยรอบเสาแกนกลาง และริมผนังด้านข้าง ชั้นนี้ยังมีหน้าต่างกระจกใสโดยรอบสูงจากพื้นขึ้นมา สามารถมองเห็นวิวอ่างเก็บน้ำลาดกระทิงได้

ชั้น 3 เป็นชั้นบนสุดของพระมหาเจดีย์ ชั้นนี้จะเปิดให้ขึ้นไปชมได้เฉพาะในวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น ชั้นบนนี้เน้นโทนสีขาว ตัดกับลวดลายประดับ และองค์พระสีทอง เป็นชั้นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ มากมาย และยังมีหน้าต่างสูงจากพื้นโดยรอบ ได้เห็นทัศนียภาพอ่างเก็บน้ำลาดกระทิงในมุมกว้าง

หลวงพ่อใหญ่ประทานพร

หลวงพ่อใหญ่ประทานพร เป็นพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่ สร้างในปี พ.ศ.2535 - 2537 องค์พระหน้าตักกว้าง 20 เมตร มีความสูง 29 เมตร ใช้งบประมาณ 15 ล้านบาท หลวงพ่อใหญ่ประทานพร ตั้งบนฐานไพทีที่ทำเป็นห้องโถงชั้นล่าง มีลักษณะเหมือนใต้ถุนอาคาร ชั้นบนเป็นองค์พระประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง การขึ้นไปกราบสักการะจะขึ้นทางบันไดด้านหน้า ที่ตั้งอยู่นอกอาคาร

อนุสาวรีย์สมเด็จพ่อแสนคำฟ้า

อนุสาวรีย์สมเด็จพ่อแสนคำฟ้า ตั้งอยู่ด้านหน้าของหลวงพ่อใหญ่ประทานพร เชื่อกันว่า สมเด็จพ่อแสนคำฟ้าเป็นผู้สร้างเมืองวาโยนครในอดีต ดูแลไพร่ฟ้าประชาชนให้มีความสุขสมบูรณ์กันถ้วนหน้า ต่อมาเมืองวาโยนาคนครได้ถึงกาลสลายลงด้วยภัยธรรมชาติ สมเด็จพ่อแสนคำฟ้า ได้ให้ลูกหลานสร้างเมืองขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยเริ่มสร้างจากวัดพระธาตุวาโย และขยายไปเรื่อยๆ ลูกหลานวาโยจึงพร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์นี้ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน เพื่อกราบระลึกถึงพระคุณของท่าน

หลวงพ่อปลดหนี้ วัดพระธาตุวาโย



หลวงพ่อปลดหนี้ วัดพระธาตุวาโย เป็นพระพุทธรูปที่อยู่คู่กับวัดห้วยน้ำทรัพย์มาตั้งแต่มีการสร้างวัดในปี พ.ศ.2528 โดยไม่ได้มีประวัติความเป็นมาที่แน่ชัด หลวงพ่อปลดหนี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประดิษฐานอยู่นอกอาคารวิหาร ภายใต้ร่มเงาของต้นโพธิ์ใหญ่ ทางด้านหลังพระมหาเจดีย์ มีผู้คนศรัทธา มากราบไหว้ ปิดทอง และขอพร ให้ช่วยเรื่องการปลดหนี้กันมาก โดยเฉพาะผู้ที่ทำธุรกิจการค้าขาย มักจะขอให้ทำมาหากินได้คล่องตัว ไม่ขัดข้อง หลวงพ่อปลดหนี้ วัดพระธาตุวาโย

พระพุทธไสยาสน์

พระพุทธไสยาสน์ สร้างในช่วงปี พ.ศ.2539 - 2541 มีความยาว 20 เมตร ประดิษฐานอยู่ภายในศาลา เป็นพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) ตั้งอยู่บนฐานไพทีที่มีลวดลายพระพุทธรูปโดยรอบ ใต้ฐานองค์พระบรรจุอัฐิคุณแม่สุจิตรา พานทอง ผู้มีส่วนร่วมในการก่อสร้างวัด

อ่างเก็บน้ำลาดกระทิง

เป็นอ่างเก็บน้ำในโครงการสืบเนื่องมาจากพระราชดำริของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช้สำหรับการพัฒนาด้านแหล่งน้ำ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดไม่ใหญ่มากนัก ด้านสันเขื่อนมีความกว้าง 6 เมตร ยาว 495 เมตร เขื่อนสูง 10.50 เมตร นอกจากเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรแล้ว ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ สามารถเดินเล่น รับลม ชมวิวทิวทัศน์

เปิดตำนานตามรอยธรรมแห่งพระสังฆราชา สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
(สุวฑฺฒนมหาเถร เจริญ คชวัตร)

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (สุวัฑฒนมหาเถระ) มีพระนามเดิมว่า เจริญ นามสกุล คชวัตร ทรงมีพระชาติภูมิ ณ จังหวัดกาญจนบุรี ประสูติเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พุทธศักราช 2456 พระชนกชื่อ นายน้อย คชวัตร พระชนนี ชื่อ นาง กิมน้อย คชวัตร ทรงบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อพระชันษา 14 ปี ณ วัดเทวสังฆาราม กาญจนบุรี แล้วเข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรม ณ วัดบวรนิเวศวิหาร จนพระชันษาครบอุปสมบท และทรงอุปสมบท ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2476

โดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ประทับอยู่ศึกษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ตลอดมาจนกระทั่งสอบได้เป็นเปรียญธรรม 9 ประโยค เมื่อพุทธศักราช 2484 โดยทรงดำรงสมณศักดิ์ ตามลำดับดังนี้ ทรงเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ พระราชาคณะชั้นราช และพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ พระโศภณคณาภรณ์ ทรงเป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมวราภรณ์ ทรงเป็นพระราชาคณะชั้นเจ้าคณะรองที่ พระสาสนโสภณ ทรงเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระญาณสังวร ในปีพุทธศักราช 2504 ทรงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร สืบต่อจากพระพรหมมุุนี และทรงได้รับพระราชทานสถาปนาเป็น สมเด็จพระสังฆราช ในราชทินนามที่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อวันที่ 21 เมษายน พุทธศักราช 2532 นับเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
 
เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวรฯ มีพระอัธยาศัยใฝ่รู้ใฝ่เรียนมาตั้งแต่ทรงเป็นพระเปรียญ โดยเฉพาะในด้านภาษา ทรงศึกษาภาษาต่าง ๆ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน จีน และ สันสกฤต ตลอดจนทรงเป็นพระมหาเถระที่ทรงภูมิธรรมทั้งด้านปริยัติและด้านปฏิบัติ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสั่งสอนและเผยแผ่พระพุทธศาสนา แก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทรงมีส่วนร่วมในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งแรกของไทย คือมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ทรงริเริ่มให้มีสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อฝึกอบรมพระธรรมทูตไทยที่จะไปปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ และทรงเป็นพระมหาเถระไทยรูปแรก ที่ได้ดำเนินงานพระธรรมทูตในต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม และทรงเป็นพระประมุขแห่งศาสนจักรพระองค์แรกที่ได้รับทูลเชิญให้เสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการในประวัติศาสตร์จีน



ลำดับสมณศักดิ์
ธรรมเนียมพระยศของ
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงวชิรญาณสังวร
ตราประจำพระองค์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร.png
ตราประจำพระองค์
การทูล ใต้ฝ่าพระบาท
การแทนตน ข้าพระพุทธเจ้า
การขานรับ พะย่ะค่ะ/เพคะ
ลำดับโปเจียม เสมอศักดิ์พระอนุวงศ์ชั้นพระเจ้าวรวงศ์เธอ ทรงกรม
พ.ศ. 2490 พระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระโศภณคณาภรณ์]
พ.ศ. 2495 พระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามเดิม
พ.ศ. 2498 พระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามเดิม
พ.ศ. 2499 พระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมวราภรณ์ บรมนริศรธรรมนีติสาธก ตรีปิฎกคุณวิภูสิต ธรรมวิทิตคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
พ.ศ. 2504 รองสมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามจารึกในหิรัญบัฏว่า พระสาสนโสภณ วิมลญาณสุนทร บรมนริศรธรรมนีติสาธก ตรีปิฎกธรรมาลังการวิภูสิต ธรรมยุตติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
พ.ศ. 2515 สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามจารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระญาณสังวร บรมนริศรธรรมนีติสาธก ตรีปิฎกปริยัตติธาดา สัปตวิสุทธิจริยาสมบัติ อุดมศีลจารวัตรสุนทร ธรรมยุตติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัณยวาสี 
21 เมษายน พ.ศ. 2532 ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระญาณสังวร บรมนริศรธรรมนีติภิบาล อริยวงศาคตญาณวิมล สกลมหาสังฆปริณายก ตรีปิฎกปริยัตติธาดา วิสุทธจริยาธิสมบัติ สุวัฑฒนภิธานสงฆวิสุต[28] ปาวจนุตตมพิสาร สุขุมธรรมวิธานธำรง วชิรญาณวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิจิตรปฏิภาณพัฒนคุณ วิบุลสีลาจารวัตรสุนทร บวรธรรมบพิตร สรรพคณิศรมหาปธานาธิบดี คามวาสี อรัณยวาสี สมเด็จพระสังฆราช[29]
28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 ทรงได้รับการสถาปนาพระอัฐิเป็น สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร วชิราลงกรณราชาภินิษกรมณาจารย์ สุขุมธรรมวิธานธำรง อริยวงศาคตญาณวิมล สกลมหาสังฆปริณายก ตรีปิฎกปริยัติธาดา วิสุทธจริยาธิสมบัติ สุวัฑฒนภิธานสังฆวิสุต ปาวจนุตตมพิสาร วชิรญาณวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิจิตรปฏิภาณพัฒนคุณ วิบุลสีลาจารวัตรสุนทร สรรพคณิศรมหาสังฆาธิบดี ศรีสมณุดมบรมบพิตร [21]

อีกหนึ่งพระกรณียกิจที่มีความสำคัญยิ่ง คือ ทรงเป็นพระอภิบาลในพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน เมื่อครั้งเสด็จออกทรงพระผนวช เมื่อพุทธศักราช 2499 พร้อมทั้งทรงถวายความรู้ในพระธรรมวินัยตลอดระยะเวลาแห่งการทรงพระผนวช ทรงเป็นพระราชกรรมวาจาจารย์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อครั้งเสด็จออกทรงผนวชเป็นพระภิกษุ เมื่อพุทธศักราช 2521
 
ตลอดพระชนม์ชีพ ทรงดำรงตำแหน่งหน้าที่สำคัญทางการคณะสงฆ์ในด้านต่าง ๆ และทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเป็นประโยชน์ต่อพระศาสนา ประเทศชาติ และประชาชน  ในปีพุทธศักราช 2555 ที่ประชุมผู้นำสูงสุดแห่งพุทธศาสนาโลก จึงได้ถวายตำแหน่งผู้นำสูงสุดแห่งพระพุทธศาสนาโลก แด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

พระพรหมศักดิ์สิทธิ์ เทพผู้ทรงคุณวิเศษด้านการประทานพร

ท้าวมหาพรหม คือเทพเจ้า ผู้สร้าง ผู้ลิขิตความเป็นไปของทุกสรรพสิ่ง เป็นผู้กำเนิดชะตา ชีวิตของมนุษย์ทุกคน 

ที่เราๆ ท่านๆ รู้จักกันใน “พรหมลิขิต” พระพรหมจึงเป็นผู้รู้ความเคลื่อนไหว ความเป็นไปของสรรพสิ่ง 

ท้าวมหาพรหม คือ มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่หนึ่งในสาม ท่านท้าวมหาพรหมทรงรับฟังคำอธิษฐานของผู้ศรัทราในองค์ท่านเสมอ

ผู้บูชาพระพรหมและกระทำความดีอย่างสม่ำเสมอจะได้รับการบันดาลพรให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา 

ท้าวมหาพรหม เป็นเทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์ ทรงมีอิทธิฤทธิ์เทวานุภาพในการลิขิตดวงชะตาชีวิตมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย 

โดยควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎแห่งกรรม ท้าวมหาพรหมจึงเป็นผู้คุ้มครองคนดีและลงโทษผู้กระทำบาป 

ผู้กระทำบาปจะถูกพระพรหมลิขิตให้ชีวิตมีแต่ความลำบากยากเข็ญ ผู้ที่มีจิตใจเอื้ออารีต่อผู้อื่น พระพรหมจะบันดาลให้ชีวิตมีแต่ความสุขและสมบูรณ์ 

มีคติความเชื่อมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันว่า ผู้ศรัทธาในพระพรหม เมื่อบูชาพระองค์แล้ว พระองค์จะประทานปัญญาในการประกอบอาชีพ 

ทำให้ธุรกิจ กิจการ งานทุกอย่างก็จะประสบความสำเร็จ พระองค์ยังทรงปกป้องให้ห่างจากศัตรูหมู่มาร 

อีกทั้งผู้มีศรัทธาในพระองค์จะเป็นที่รักแก่เทวดา มนุษย์ และอมนุษย์ ทั้งมวล คิดสิ่งใดปรารถนา สิ่งใดที่ตั้งมั่นอยู่ในความถูกต้อง 

ท้าวมหาพรหม จะประทานให้ผู้บูชาสมปรารถนาทุกประการ

ในอินเดียสมัยโบราณ ท้าวมหาพรหม เป็นเทพ (ผู้สร้างโลก) ได้รับการยกย่องโดยพวกพราหมณ์เชื่อว่า 

ท้าวมหาพรหม เป็นฤๅษีองค์แรกของศาสนาพราหมณ์และเป็นมหาเทพที่มีบุญบารมีสูงส่งกว่าเทพและเทวดาทั่วไป 

ท้าวมหาพรหม จึงกลายเป็นเทพองค์สำคัญขึ้นมาใหม่โดยมีการสร้างเทวาลัยและรูปปั้นไว้เป็นจำนวนมาก 

ท้าวมหาพรหม ได้รับการนับถือบูชาในฐานะที่พระองค์เป็นผู้สร้างของทุกสิ่งทุกอย่างให้เกิดขึ้นบนโลก 

พระองค์ทรงเป็นผู้ให้ที่สำคัญและเป็นผู้กำหนดโชคชะตาของมนุษย์



บูชาพระพรหม ท้าวมหาพรหม อย่างไรให้สำเร็จผลสมปรารถนา 

การบูชาพระพรมหม มีความเชื่อกันว่าพระพรหมเป็นองค์เทพที่สามารถลิขิตชะตาชีวิตของมนุษย์ได้ ดังนั้นท่านจะปกป้องคุ้มครองผู้ที่ทำความดี ประพฤติตนดี หากอธิษฐานขอพรในเรื่องใด 
ก็จะประสบความสำเร็จและสมหวังดั่งที่ปรารถนา แต่ในทางตรงกันข้าม หากผู้ใดที่ทำบาปหรือสิ่งไม่ดี พระพรหมก็จะลิขิตให้คนผู้นั้นพบแต่ความลำบากและมีชีวิตที่ทุกข์ยาก ส่วนการสักการะบูชาพระพรหม 
เนื่องจากท่านมี 4 พักตร์ ดังนั้นการจะบูชาท่านต้องบูชาให้ครบทั้ง 4 ทิศ (งาน เงิน ความรัก ภาพรวม) จึงจะได้รับพรครบทุกประการ

คาถาบูชาพระพรหม ท้าวมหาพรหม

โอมปะระเมสะนะมัสการัม องการะนิสสะวะ รัง
พรหมเรสสะยัม ภูปัสสะวะวิษณุ ไวยะทานะโมโทติลูกปัม
ทะระมา ยิกยานัง ยะไวยะลา คะมุลัม
สะทา นันตะระ วิมุสะตินัน
นะมัตเต นะมัตเตร จะ อะการัง ตโถวาจะ
เอตามาตาระยัต ตะมัน ตะรามา
กัตถะนารัมลา จะสะระวะ ปะติตัม
สัมโภพะกลโล ทิวะทิยัม มะตัมยะ

คาถาบูชาพระพรหม ท้าวมหาพรหม แบบย่อ โอม อหัม ปรัหมา อัสมิ

คาถาบูชาพระพรหม ท้าวมหาพรหม ผู้ใดสักการะและบูชาพระพรหม จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เป็นที่รักใคร่ของคนทั้งหลาย

วิธีไหว้ขอพรพระพรหม ท้าวมหาพรหม
วิธีสักการะ พระพรหม เริ่มจากการไหว้สักการะพระพรหมจากพักตร์แรก แล้วเวียนขวามือของเรา หรือ พระหัตถ์ซ้ายของพระพรหม จนถึงพักต์สุดท้าย
การขอพรและการเตรียมของไหว้พระพรม แต่ละพักตร์จะแตกต่างกันดังนี้
พักตร์ที่ 1 ใช้ธูป 16 ดอก เทียน 9 เล่ม ดอกบัว 9 ดอก น้ำ 1 ขวด โดยให้ขอพรเกี่ยวกับเรื่องงาน การเรียน การสอบแข่งขัน ขออำนาจบารมี ขอความก้าวหน้าในชีวิต และขอพรให้บิดา
พักตร์ที่ 2 ใช้ธูป 36 ดอก เทียน 9 เล่ม ดอกบัว 9 ดอก น้ำ 1 ขวด โดยให้ขอพรเรื่องทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน บ้าน รถ หนี้สินที่มีคนยืมแล้วไม่คืน
พักตร์ที่ 3 ใช้ธูป 39 ดอก เทียน9 เล่ม ดอกบัว 9 ดอก น้ำ 1 ขวด โดยให้ขอพรเกี่ยวกับสุขภาพ ครอบครัว คู่ชีวิต ญาติพี่น้อง คู่สัญญา และขอพรให้มารดา
พักตร์ที่ 4 ใช้ธูป 19 ดอก เทียน 9 เล่ม ดอกบัว 9 ดอกน้ำ 1 ขวด โดยให้ขอพรเรื่องโชคลาภ เงินทอง ขอโชค ขอลาภ เกี่ยวกับการเสี่ยงดวง การขอกู้ยืมเงิน และการขอบุตร

แนะนำ สามารถไหว้ขอพรพระพรหม ท้าวมหาพรหมโดยขอพรเฉพาะเจาะจงตามเรื่องนั้นๆ ได้
แต่การไหว้ขอพรที่ถูกต้องคือไหว้ให้ถูกพักตร์ และ ควรไหว้ให้ครบทุกพักตร์เพราะรับพรได้ครบทุกประการ

ดูรายการวัตถุมงคล ต่อได้ที่ >>>>>> ท้าวมหาพรหม

พระเครื่องออนไลน์

เว็บพระแท้ ร่วมสร้างสะสมบุญไปกับ Amulet24.com พระเครื่องออนไลน์ รวมวัตถุมงคล เช่าบูชาพระแท้ 100% ออกจากวัดโดยตรง รวบรวมทั้งเครื่องรางของขลัง มวลสารศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อโสธร หลวงปู่ทวด สมเด็จพุฒาจารย์โต ท้าวเวสสุวรรณ พระซุ้มกอ  พระกำลังแผ่นดิน และอีกหลากหลายพระเกจิชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทย อานิสงส์ของการทำบุญ แก้ปีชง 2564 ช่วยให้ชีวิตราบรื่น ปัดเป่าเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี โดยรายได้แต่ละโครงการไม่เพียงแค่ร่วมทำบุญ แต่เงินทุกบาทยังมีส่วนร่วมในการทํานุบํารุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป ส่งฟรีที่เซเว่นอีเลฟเว่น รับวัตถุมงคลได้ทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง