วัดและพระเกจิ ดูเพิ่มเติม >>

1200x200-4

ข่าวงานบุญ ดูเพิ่มเติม >>

ร่วมเป็นเจ้าภาพในการพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพพระเดชพระคุณพระเทพวิสุทธาภรณ์ (ทองสืบ สจฺจสาโร) ป.ธ.๓,พธ.ม กิตติมศักดิ์

 เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา คุณอำพา ยงพิศาลภพ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด และคุณจิร แก้วโยธา ผู้จัดการทั่วไปสำนักปฏิบัติการ BN บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) พร้อมทั้งผู้บริหาร พนักงาน บริษัทฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพพระเดชพระคุณพระเทพวิสุทธาภรณ์ (ทองสืบ สจฺจสาโร) ป.ธ.๓,พธ.ม กิตติมศักดิ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง,อดีตเจ้าคณะเขตพระนครณศาลาบำเพ็ญกุศล วัดอินทรวิหาร พระอารามหลวงแขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร


ถวายสักการะเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ท่านเจ้าคุณพระภาวนาธรรมาภิรักษ์ วิ. วัดสุทธาวาสวิปัสสนา


เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา โครงการเช่าบูชาวัตถุมงคล
บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด โดยคุณนิพนธ์ หมีอินทร์ ผจก.แผนกโครงการพระ และทีมงาน ได้เข้ากราบถวายสักการะ สรงน้ำพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระภาวนาธรรมาภิรักษ์ (เจ้าคุณรักษ์ อนาลโย) เจ้าอาวาสวัดสุทธาวาสวิปัสสนา อ.ลาดบัวหลัว จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องในเทศกาลสงกรานต์

ถวายสักการะเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ท่านพระครูวศินปริยัตยากร วัดพิชัยญาติการามวรวิหาร


เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา โครงการเช่าบูชาวัตถุมงคล
บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด ได้เข้ากราบถวายสักการะ สรงน้ำท่านพระพระครูวศินปริยัตยากร (อาจารย์โชคดี) ผจล.วัดพิชัยญาติการามวรวิหาร เนื่องในเทศกาลสงกรานต์

บทความธรรม ดูเพิ่มเติม >>

ด้ายแดง ครูบาบุญชุ่ม หนึ่งในของมงคลที่เรียกขวัญกำลังใจ

ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร ท่านได้มอบด้ายแดงและประคำข้อมือให้กับหน่วยซีล เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่นั้น เมื่อภาพและข่าวออกไปทำให้หลายคนที่ศรัทธาในครูบาบุญชุ่ม

และชอบสะสมวัตถุมงคล ต่างก็เสาะแสวงหาของมงคลสองสิ่งนี้เป็น จำนวนมาก โดยเฉพาะ “ด้ายแดง ครูบาบุญชุ่ม” ที่ท่านแจกจ่ายให้กับผู้ศรัทธา โดยไม่มีการเช่าบูชาแต่อย่างใด

หากแต่หลายคนที่ปรารถนาบูชาด้ายแดง คงยังไม่ทราบเกี่ยวกับที่มาและความหมาย ว่าหมายถึงสิ่งใด


เริ่มต้นจากลูกศิษย์ได้ทำด้ายแดงมาถวาย เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของท่านมานานกว่า 20 ปีแล้ว ส่วนเรื่องความหมายของด้ายแดง ด้ายแดงของครูบาบุญชุ่มที่เป็นกระแสอยู่ในขณะนี้

เนื่องจากครูบาบุญชุ่มได้ผูกข้อมือให้กับหน่วยซีลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจนั้น ถูกพัฒนามาจากการผูกขวัญ สู่ขวัญ มัดขวัญของทางภาคเหนือซึ่งใช้กันเป็นปกติ

เป็นสิ่งที่บูรณาการพัฒนามาจากการผูกขวัญสู่ขวัญมัดขวัญ เดิมจะใช้แค่ด้ายสีขาวอย่างเดียวแต่ภายหลังมาจึงใช้ด้ายประคำแทน ทางภาคเหนือก็ใช้กันเป็นปกติ 


ของครูบาเองก็ทำไว้มัดญาติโยมอยู่แล้ว​” ในด้านความหมายของด้ายแดงนั้น พระวรเวทกล่าวว่า “ด้ายสีแดงเป็นพุทธานุสติ มีประคำ 5ลูก จะเป็นพระเจ้า 5 พระองค์

ใส่แต่ละลูกก็ว่าคาถาพระเจ้าทีละองค์ ​ ส่วนด้าย นั้นจะเอาสีอะไรก็ได้ แต่ตอนถักเขาจะผูกจิตว่า คาถาอุปคุตมัดมาร พระพุทธเจ้าในภัทรกัป นี้มีอยู่ ห้าพระองค์

ได้แก่ พระกุกกุสันโธ พระโกนาคม พระกัสสปะ พระสมณะโคดม และพระศรีอารยเมตไตร


ส่วนคาถาพระอุปคุตมัดมารนั้น มีอานุภาพด้านการคุ้มครอง ป้องกันภัยต่างๆ กันภูติผีปีศาจ หรือ ทำให้ผีที่สิงร่างคนอยู่ออกไปได้ นอกจากนี้ยังได้รับข้อมูลเพิ่มเติม

โดยบางท่านได้เล่าไว้ว่าลูกปัดสีขาว 5 เม็ดที่ร้อยอยู่กับด้ายแดง มีความหมายถึง "ศีล 5" อีกด้วย สำหรับการมอบด้ายแดงซึ่งเป็นของมงคลให้กับผู้ศรัทธาบูชานั้น

พระวรเวทอธิบายว่า “เป็นที่พึ่งทางใจ  เป็นกุสโลบายว่าให้มีไตรสรณะเป็นที่พึ่งทางใจ​ หากคนมีศีลธรรมก็ไม่ต้องกลัวอะไร”  จะเห็นว่าด้ายแดง ครูบาบุญชุ่ม

เป็นของมงคลที่มีความหมายที่ดี เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และให้ปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของศีลธรรม

เพราะศีลย่อมเป็นเกราะคุ้มครองป้องกัน ให้คนที่มีศีลปลอดภัยจากสิ่งไม่ดีทั้งปวง

ชายผ้าถุงแม่ ชายโสร่งพ่อ ของขลังพุทธคุณที่ไม่ต้องปลุกเสก

สำหรับการมีชีวิตที่ดี และผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามาเป็นปัญหาของชีวิตของเรา สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรามีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้คือ การถูกสั่งสอนให้เป็นคนดี มีศีลธรรม รู้จักตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเรามาจนเติบโต

ในสมัยก่อนเวลาที่ไปออกรบ โดยชายไทยในสมัยโบราณนั้นได้มีความเชื่อว่า หากขอเศษผ้าถุงแม่ หรือขอชานหมากของพ่อสองสิ่งนี้เป็นสิ่งคุ้มครองภัยและเป็นเครื่องรางชั้นดี เพราะสองสิ่งนี้ถือเป็นตัวแทนความรักอันบริสุทธิ์ของพ่อแม่ เพื่อให้ลูกนั้นสามารถคิดถึงความดีงาม ความกตัญญูด้วยตัวเอง เมื่อคุณธรรมต่อคุณธรรมมาบรรจบกัน สิ่งเหล่านี้จึงเป็นของศักดิ์สิทธิ์ได้โดยไม่ต้องปลุกเสก โดยสิ่งเหล่านี้จะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นได้เสมอมา ดังเรื่องของพ่อครูศิริพงษ คุรุพันธกิจ เล่าไว้เมื่อปี 2553 มีความว่า

เราพร่ำสอนลูกทุกคนเสมอให้กระทำกตเวทิตาแก่พระในบ้านให้มากๆ เราเตือนลูกทุกคนให้หยุดแสวงหาพระดีอาจารย์ขลังนอกบ้านเพราะพระที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด สูงที่สุดมีพรอันเป็นมงคลที่ประสาทครั้งใด ก็นำความสำเร็จสมปรารถนาอย่างมั่นคงให้ลูกทุกคนโดยมิได้หวังลาภสักการะ สินจ้าง รางวัล จากผู้บูชาคือลูกเลย ใจของพ่อใจของแม่มีแต่ตั้งความหวังให้ลูกมีความสุขความสำเร็จในการดำเนินชีวิต

ซึ่งท่านก็ได้เอาตัวอย่างของผู้ที่บูชาพ่อแม่แล้วประสบความเจริญรุ่งเรือง แม้จะมาจากต่างแดนห่างไกลแต่ก็มีคนคอยต้อนรับอย่างอบอุ่นอยู่เสมอ พบสังคมที่ดี และได้รับความช่วยเหลือเสมอ

โดยเป็นเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งที่เรียนจบชั้นปริญญาตรีเอกบรรณรักษ์ เป็นเด็กที่มีอัธยาศัยดีเป็นที่รักของผู้ร่วมงาน ทั้งครอบครั้วนั้นก็ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานจนสามารถเลื่อนขั้นเป็นหน้าห้องของปลัดกระทรวง อีกทั้งยังมีนิสัยขยันวันหยุดก็จะไปเปิดท้ายรถขายของ ทำงานไม่เคยหยุดหารายได้ตลอด และด้วยความชอบค้าขายและบวกกับมีคนมาติดต่อให้ไปเป็นผู้จัดการร้านอาหารไทยที่ต่างประเทศ หนุ่มรายนี้ตัดสินใจลาออกจากราชการทันที

ซึ่งก่อนออกเดินทางเขาได้เข้าไปหาแม่ ให้แม่ช่วยอวยพร ให้ประสบพบแต่ความสำเร็จ และขอเอาชายผ้าถุงแม่ไปเป็นวัตถุมงคลที่ระลึก จากนั้นเขาก็สามารถทำหน้าที่ เป็นผู้จัดการร้านอาหารได้ปีเศษ และมีคนเสนอขายกิจการให้กับเขา เขาเลยตกลงซื้อและวางแผนจัดการร้านของตัวเองทุกอย่าง และอบรมกิริยามารยาทพนักงานต้อนรับในร้านด้วยตนเอง เขาประสบความสำเร็จเพียงเวลา ๓ ปี เท่านั้น อีกทั้งยังส่งเงินมาให้แม่อีกด้วย และปลูกบ้านให้แม่หลังงามที่เมืองไทยพร้อมยังสร้างบ้านที่อเมริกาอีกด้วย

ปัจจุบันภรรยาที่เมืองไทยเสียชีวิตด้วยโรคร้าย เขามีภรรยาใหม่ที่ต่างแดน อาชีพภรรยาก็มั่นคง เขาได้รับสิทธิ์เป็นคนอเมริกันอย่างง่ายดาย ไม่ต้องจ้างใครรับรอง ไม่ต้องอยู่อย่างหลบเลี่ยง จะคิดทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ แม่ที่อยู่เมืองไทยก็มีความสุขจากการส่งเสียดูแลเป็นอย่างดีจากเขา

ชายคนนี้ทุกครั้งที่ทำอะไรเขาต้องการกุศลอันใดก็จะนึกพ่อแม่กก่อนเสมอและดูแลท่าน ให้เงินท่านทุกเดือนให้ไม่ขาดแม่ผู้รับเงินแทนคุณจากลูกทำบุญตักบาตรสร้างกองการกุศลให้ลูกในทุกๆวัน อธิษฐานให้ลูกนั้นเจริญรุ่งเรืองและประสบความสำเร็จ เป็นที่เมตตารักใคร่ของคนทั่วไปปราศจากอุปสรรคภยันตรายใดๆ ทั้งปวง

ฟังเรื่องราวจากปากหนุ่มนายนี้ ต่างโจษจันยกย่องสรรเสริญหนุ่มผู้กตัญญูบูชาพระที่ถูกองค์คนนี้กันทั่วกรมศิลปากร อย่างนี้แหละที่เขาเรียกว่า “ตั้งดีพลีถูกองค์” จึงประสบความสำเร็จ

อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของ สารวัตรโต พ.ต.อ.(พิเศษ) พีระ บุญเลี้ยง กับเรื่องเล่า “ปาฏิหาริย์แห่ง ชายผ้าถุงแม่” เคยเล่าเรื่องราวให้ฟังผ่านสื่อ “คมชัดลึก” ว่า

ในสมัยที่อาสาสมัครลงไปปฏิบัติหน้าที่ใน อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔ ระหว่างออกปฏิบัติหน้าที่เข้าแผน ถูกซุ่มยิงประมาณตอนทุ่มเศษๆ กระสุนปืนเอ็ม ๑๖ ฝังหัวกะโหลก คิ้วขาด จากนั้นก็ถูกส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ กทม. ประมาณ ๖ เดือน จึงหายเกือบเป็นปกติ เพราะกระสุนปืนยังไม่ได้ถูกผ่าออก จากนั้นก็ถูกย้ายให้มาประจำการที่ กทม. ให้หลังจากนั้นอีกประมาณ ๕ ปี กระสุนปืนที่ค้างในกะโหลกจึงถูกขับออกจากร่างกายโดยธรรมชาติ

ด้วยเหตุที่เป็นนักเรียนนายร้อยจบใหม่ ผู้ใหญ่ก็ไม่รู้จัก รวมทั้งไม่รู้จักใครในวงการพระเครื่อง เรื่องเครื่องรางของขลังและพระเครื่องดีๆ ที่เขาว่าคงกระพันชาตรี เหนียว และแคล้วคลาดไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่มีใครให้ และไม่รู้จะหามาจากที่ไหน แต่มีเรื่องเล่าของทหารและรุ่นพี่ๆ เรื่องปาฏิหาริย์แห่งชายผ้าถุงแม่ว่า เครื่องรางที่ดีที่สุด คือ ชายผ้าถุงของแม่ ที่เข้มขลังโดยไม่ต้องปลุกเสก

“เครื่องรางที่ดีที่สุดคือ ชายผ้าถุงของแม่ที่เข้มขลังโดยไม่ต้องปลุกเสก ก่อนที่จะลงไปปฏิบัติหน้าที่ได้ไปกราบลาขอพรรวมทั้งขอชายผ้าถุงของท่าน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าชายผ้าถุงของแม่แสดงปาฏิหาริย์จริงๆ”

มีอยู่สิ่งหนึ่งที่สารวัตรโตยึดปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ คือ สวดมนต์นั่งสมาธิก่อนนอนทุกคืน และเมื่อตื่นนอนตอนเช้าจะสวดมนต์อีกครั้งหนึ่งก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ สารวัตรโตจะบอกเพื่อนตำรวจที่อยู่ในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอว่า

“มีสติ ก็มีลมหายใจ หมดสติก็หมดลมหายใจ เสื้อเกราะและอาวุธปืนอาจจะป้องกันกายได้ แต่ที่ป้องทางกายและใจได้เป็นอย่างดีคือ สติ ส่วนพระเครื่องและเครื่องรางของขลังนั้นเป็นส่วนประกอบทำให้สติเรามั่นคงมากยิ่งขึ้น เพราะตราบใดที่สติเราหลุดออกไป สิ่งแรกที่จะดึงสติเรากลับมาคือ พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง”

ที่เรายกตัวอย่างเรื่องนี้ให้ฟังเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า เทพเจ้าแห่งความสำเร็จของทุกคนอยู่ในบ้านเป็นมนุษย์เดินดินกินข้าวธรรมดานี่เอง อยู่ในบ้านของเราไม่ใช่เทวดาที่ไหน ฉะนั้นลูกทั้งหลายที่ยังมีพ่อแม่ก็ควรดูแลตอบแทนท่านให้ดี ให้ท่านสุขกายสบายใจ ด้วยการกระทำของตนแล้วสิ่งที่นึกไม่ถึงว่าจะสำเร็จอย่างง่ายดายจะบังเกิดขึ้นกับตนเอง

ปี่เซียะ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ช่วยป้องกันและปัดเป่าภยันตรายและภูตผีปีศาจ

ปี่เซียะ , ผีซิ่ว และ เผ่เย้า ทั้งสามคำนี้เป็นคำๆเดียวกัน แต่ออกเสียงต่างกันไปตามลักษณะท้องถิ่นของจีน

ปี่เซียะ เป็นยอดเครื่องรางที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้พญามังกร และมีพลังแรงกว่าสิงโตคู่ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธ์ของจีนที่ได้รับความนิยมทั้งในเมืองไทยและในประเทศต่างๆ มากที่สุดในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน เกาะฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพราะใครมีไว้บูชาจะทำให้มีแต่โชคลาภ ทรัพย์มีแต่เข้าไม่มีออก ขณะเดียวกันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยขจัดอาถรรพณ์ ภูตผีปีศาจ และป้องกันสิ่งชั่วร้าย เมื่อไม่มีรูทวารจึงกินอย่างเดียว ไม่มีถ่ายออก เป็นเคล็ดลับวิชาหมายถึง เงินเข้าแล้วไม่มีออก ทรัพย์จึงเพิ่มพูนสถานเดียว

ปี่เซียะ เป็นสัตว์เทพมงคลที่มีลักษณะครบตามหลักเบญจธาตุ คือ มีสี่เท้าของสิงโตอันทรงพลัง มีเขาและลำตัวเป็นกวางอันอ่อนช้อย มีปีกของพญานกอันแข็งแกร่ง มีส่วนศีรษะของมังกรอันทรงพลัง มีหางแมวอันศักดิ์สิทธิ์ และไม่มีรูทวารหนักและเบา จึงมีอานุภาพในการรับโชคลาภอย่างไม่รั่วไหล และแม่นยำ

ปี่เซียะ มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เมืองเฉินตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน สังเกตได้บนพระราชวังของจักรพรรดิจีน หน้าวัดเส้าหลิน หน้าธนาคารในกรุงปักกิ่ง บนหลังคาสถาปัตยกรรมที่สำคัญๆ ของจีน หรือหน้าบอนกาสิโนในมาเก๊าและฮ่องกง นับถือกันว่าเป็นสัตว์ในเทพนิยายชั้นสูง ปี่เซี่ยมีมาตั้งสมัยโบราณนานเกินกว่า 5,000 ปีแล้ว

ปี่เซียะขนาดใหญ่ในเมืองไทย มีอยู่ที่วิหารเซียน อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี แกะจากหินแกรนิตขนาดใหญ่ ฝีมือช่างเมืองซัวเถา สาธารณรัฐประชาชนจีน

ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่ายุค 8 คือ ธาตุดิน เริ่มตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2547 – 2566 มีสัตว์มงคล คือ ปี่เซียะ เมื่อบูชาแล้วไม่ควรยกให้ใคร จะทำให้กิจการก้าวหน้า ธุรกิจร่ำรวย รายได้ดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง นำมาซึ่งเกียรติยศชื่อเสียง ครอบครัวมีแต่ความสุข ควรวางไว้บูชาในบ้าน ร้านค้า สำนักงาน ทรัพย์สินจะไหลเข้าไม่มีออก

สมญานามของปี่เซียะ มีหลากหลายดังนี้
จีนแผ่นดินใหญ่เรียกว่า ตัวดูดเงิน
ฮ่องกงเรียกว่า ตัวรับโชค
ไต้หวันเรียกว่า ตัวเฮง...เฮง

รูปลักษณะของปี่เซียะ

ตัวเป็นกวาง หางแมว เล็บสิงโต ปีกนก มีเขา ไม่มีรูทวาร เป็นการรวมสัตว์หลายประเภทเข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่ สิงโต มังกร กวาง แมว นก ฯลฯ เป็นสัตว์ที่ไม่มีรูทวาร เป็นพาหนะของเทพ ในสมัยก่อนจะนิยมบูชาไว้หน้าบ้านเพื่อขจัดสิ่งอัปมงคลทั้งหลาย บันดาลเกียรติยศชื่อเสียง ปัจจุบันเป็นสัตว์มงคลที่ใช้ดูดทรัพย์สินเงินทอง และขจัดสิ่งชั่วร้ายอัปมงคลไปพร้อมๆ กัน

ปี่เซียะมีลักษณะเด่น 8 ประการ
1. อ้าปากรับทรัพย์
2. หางยาวกวักโชคลาภ
3. ยกหัวข่มศัตรูคู่แข่ง
4. เท้าตะปบทรัพย์
5. ก้าวขาก้าวหน้า
6. ลิ้นยาวตวัดเงินทอง
7. องอาจหน้าเกรงขาม
8. ไม่มีรูทวารเงินทองไม่รั่วไหล

ปี่เซียะ เป็นเครื่องรางจีนที่ให้คุณกับผู้บูชาทุกสาขาอาชีพ สำหรับคนที่อยากบูชาปี่เซียะ หากอยากได้ของดี ต้องสรรหาลักษณะที่เป็นงานเนื้อหยกแกะสลักจากช่างฝีมือดี แต่ละตัวจะมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน เพราะเป็นงานแกะสลักที่ละชิ้น ตัวปี่เซียะต้องมีปากเปิด ไม่ปิด มีเขา มีขาออกมาให้เห็นเด่นชัด ยิ่งหยกเนื้อดีเท่าไร ยิ่งจะมีลายทองอยู่ส่วนบนลายทองนี้ต้องอยู่ในหยกชั้นดีเป็นชิ้นเดียวกัน นอกจากนี้ ปี่เซียะที่ดีต้องมีเครื่องหมายเรียกเงินเรียกทอง เช่น ตำลึงทอง หรือตัวอักษรที่แปลว่าเงินทองด้วย

ให้ลองจับและลองกำปี่เซียะดู หากเป็นของที่ถูกลักษณะและถูกชะตากับผู้นำไปบูชา จะรู้สึกถึงพลังของปี่เซียะ ปี่เซียะที่มีลักษณะดีมากนี้นับว่าหายากมากในเมืองจีน ผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวต้องไปแสวงหาตามแหล่งปี่เซียะชั้นดีได้แก่ เฉินฮัวเหมี่ยว ในเซี่ยงไฮ้, ตลาดฮัวเหนี่ยว ในยูนนาน, มณฑลคุนหมิง และที่กวางเจา ซึ่งถ้าหากไปหาซื้อกับคณะทัวร์มักจะได้ในราคาแพง และเป็นงานฝีมือไม่ประณีตนัก

ที่เรียกว่าได้รูปลักษณะที่ดี คนจีนเชื่อว่าต้องทำมาจากธาตุดินเท่านั้น ลักษณะตามตำราคือ ปากกว้าง หน้าดุ ก้นใหญ่ ตัวผู้จะก้าวเท้าซ้าย ส่วนตัวเมียจะก้าวเท้าขวา ถ้าบูชาไว้ที่ร้านหรือบ้าน ควรวางเป็นคู่ ตัวผู้รับทรัพย์ ส่วนตัวเมียจะเก็บทรัพย์

อิทธิคุณของปี่เซียะ

ปี่เซียะหรือกวางสวรรค์ มีชื่อเดิมว่า "เทียนลก" แต่คนส่วนใหญ่รู้จักในสำเนียงจีนกลางว่า "ปี่เซียะ" คนจีนมีความเชื่อว่า เป็นสัตว์มงคล เป็นลูกตัวสุดท้อง ( ตัวที่ 9 ) ของพญามังกร จะกินแต่เงินและทองเป็นอาหารเท่านั้น ปี่เซียะไม่มีรูทวารจึงกินอย่างเดียว ไม่ยอมถ่ายออก หมายถึงมีแต่เงินเข้าไม่มีไหลออก คนใช้จึงเฮงๆ รวยๆ ยิ่งขึ้น

เป็นสัตว์มงคลประเภทเรียกทรัพย์ บูชาแล้วจะทำให้ธุรกิจการค้าก้าวหน้าร่ำรวย รายได้ดี มีโชคดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง นำมาซึ่งเกียรยศชื่อเสียงมาให้กับผู้ศรัทธาเชื่อถือ ครอบครัวมีแต่ความสุขเจริญรุ่งเรืองในทุกๆ ด้าน

ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เกาะฮ่องกง และไต้หวัน ถ้าหากดำเนินธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การเงิน การธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์ หรือบ่อนพนัน นิยมสร้างปี่เซียะตั้งไว้ตรงประตูทางเข้า พ่อค้าแม่ค้า และผู้ที่ชอบเสี่ยงโชค นิยมตั้งไว้ที่หน้าร้านหรือพกพาติดตัว เชื่อกันว่าการเงินจะหลั่งไหลเข้าสู่ธุรกิจ ไม่มีการรั่วไหลออก และสามารถขจัดอาถรรพณ์ป้องกันสิ่งชั่วร้ายได้

ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า ยุค 8 คือ ธาตุดิน ( เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547-2566 ) มีนักกษัตรประจำธาตุดินคือ สุนัข ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจถ้ายุคนี้คนจะหันมาเลี้ยงสุนัข หรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสุนัขจะประสบความสำเร็จ และสัตว์มงคลประจำธาตุดินก็คือ ปี่เซียะ

ธาตุดิน หมายถึง ดิน หิน แร่ธาตุ สิ่งที่อยู่บนเนินภูเขาสูง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถ้าตีความหมายดินแดนที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะเจริญในยุค 8 คือภายใน 20 ปีข้างหน้านี้ ก็หมายความว่า โซนตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี จะเจริญในยุคนี้

เมื่อก่อนไม่มีใครรู้จักและนิยมบูชาปี่เซียะเพราะยังไม่ถึงยุค 8 แต่บัดนี้ถึงยุค 8 แล้ว คนจีนเชื่อว่าปี่เซียะคือสัตว์มงคลแห่งยุค 8 จะนำโชคลาภมาให้ตนและครอบครัว พร้อมกิจการค้าขายรุ่งเรือง จึงเสาะแสวงหาตัว " ปี่เซียะ" มาบูชาไม่ว่าจะเป็นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ใครมีไว้ถือว่าโชคดี ส่วยตัวปี่เซียะที่ทำมาจากเรซิ่น พลาสติก หรือหยกเทียม จะไม่มีพลังออกธาตุดินอยู่ในตัวมันเอง จึงไม่ได้รับความนิยม

คาถาและวิธีบูชา

ผู้บูชาปี่เซียะควรมีจิตใจแจ่มใสร่าเริง เพราะจะส่งผลให้ปี่เซียะมีพลังแกร่งกล้าและคึกคะนอง เมื่อเรามีความสุข ปี่เซียะจะมีความสุขไปด้วย ส่งผลให้มีโชคมีลาภ เก็บเงินอยู่ มีดอกผลเป็นกอบเป็นกำ เจ้าของควรเอาใจใส่ด้วยวิธีทำความสะอาด พูดคุยด้วยบ่อยๆ ลูบหัวและลูบบั้นท้าย คล้ายสัตว์เลี้ยง จะดีกว่าตั้งไว้เฉยๆ

ถ้าลูบที่ท้อง อานิสงส์ทางสมบูรณ์พูนสุข
ถ้าลูบที่หัว ทำให้มีปัญญาแจ่มใส
ถ้าลูบหลัง ทำให้มีโชควาสนา
ข้อห้าม ห้ามลูบปาก เพราะจะทำให้เก็บทรัพย์ไม่อยู่

คาถาบูชา
"อุอากาสะ ปี่เซียะ อานุภาโว เมตตาจิต ประสิทธิเม"
คำแปล
"ขออานุภาพปี่เซียะผู้มีความขยันมั่นเพียร รู้จักเก็บออม มีมิตรดีและใช่จ่ายไม่ฟุ่มเฟือย จงมีเมตตาจิตให้ข้าพเจ้าประสบแต่ความสุขความเจริญ" แล้วอธิฐานบอกกล่าวตามปรารถนา

ปี่เซียะนั้นให้คุณกับผู้ศรัทธาเชื่อถือ โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง บูชาได้ทุกสาขาอาชีพ สำคัญมากตรงที่เป็นสัตว์ที่เสริมบารมีให้กับทุกราศีไม่มีชงกันเหมาะที่สุดสำหรับบรรดาผู้ต่อสู้อยู่กับความเสี่ยงทั้งหลาย โดยเฉพาะนักเสี่ยงโชค แต่เป็นสัตว์มงคลเฉพาะบุคคล เมื่อบูชาแล้วก็เป็นของคนๆ นั้น ( ของใครของมัน ) ห้ามยกให้ใครเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเหมือนกับว่าเรายกโชคลาภของเราให้คนอื่น และเมื่อได้ปี่เซียะมาแล้ว หากเป็นไปได้ควรเข้าพิธีปลุกเสกประจุพลังเสียก่อน ถ้าไม่ปลุกเสกก็เป็นวัสดุตามหลักเบญจธาตุในวิชาฮวงจุ้ย

ส่วนคนจีนจะมีเคล็ดลับพิเศษ เมื่อได้ปี่เซียะมาแล้วจะทำพิธี เบิกเนตร วิธีการคือ นำมาแช่น้ำเกลือ โดยน้ำจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ น้ำร้อนและน้ำเย็นเท่าๆ กัน ( ความหมายคือหยินและหยาง ) แช่ไว้ให้ท่วมตัว ทิ้งไว้สักครึ่งชั่วโมง แล้วนำขึ้นมาใช้ผ้าสะอาดเช็ดที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างก่อนเป็นการเปิดตา โดยถือปี่เซียะหันหน้าเข้าหาผู้บูชา ให้ปี่เซียะมองเห็นว่าเราคือ คู่บุญ แล้วเช็ดให้แห้งทั้งตัวยกเว้นปาก เพราะปากคือสิ่งสำคัญ เป็นทางเข้าของทรัพย์

เคล็ดลับ - ตั้งให้เด่น สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ให้ตั้งเป็นคู่ โดยให้หันก้นชนกันเป็นรูปอักษรตัว V ทำเลที่ตั้งตัวปี่เซียะ คือ หันหน้าออกมองไปที่ประตูบ้านหรือร้านค้า เพื่อไม่ให้มีสิ่งใดมากีดขวางหนทางการกินทรัพย์

การแขวนปี่เซียะติดตัว - ควรแขวนแยกจากสร้อยที่คล้องพระ ไม่ปะปนกัน หรือให้ต่ำกว่าพระ โดยใช้สายสร้อยคนละเส้นแต่ห้ามใส่กระเป๋าสตางค์ ควรห้อยคอให้สัมผัสถูกตัวได้ ไม่ควรเลี่ยมปิดทั้งหมด

พระเครื่องออนไลน์

เว็บพระแท้ ร่วมสร้างสะสมบุญไปกับ Amulet24.com พระเครื่องออนไลน์ รวมวัตถุมงคล เช่าบูชาพระแท้ 100% ออกจากวัดโดยตรง รวบรวมทั้งเครื่องรางของขลัง มวลสารศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อโสธร หลวงปู่ทวด สมเด็จพุฒาจารย์โต และอีกหลากหลายพระเกจิชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทย อานิสงส์ของการทำบุญ แก้ปีชง 2562 ช่วยให้ชีวิตราบรื่น ปัดเป่าเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี โดยรายได้แต่ละโครงการไม่เพียงแค่ร่วมทำบุญ แต่เงินทุกบาทยังมีส่วนร่วมในการทํานุบํารุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป ส่งฟรีที่เซเว่นอีเลฟเว่น รับวัตถุมงคลได้ทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง