ท้าวเวสสุวรรณ วัดจุฬามณี

วัดและพระเกจิ ดูเพิ่มเติม >>

บทความ

ข่าวงานบุญ ดูเพิ่มเติม >>

วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๔ เข้ากราบถวายสักการะเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พร้อมทั้งกราบขอพร ท่านเจ้าคุณพระโสภณธรรมวงศ์

วันที่ ๒๖ มกราคม  ๒๕๖๔  ที่ผ่านมา  คุณนิพนธ์ หมีอินทร์ ผู้จัดการแผนก โครงการเช่าบูชาวัตถุมงคล

บริษัททเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด เป็นผู้แทนเข้ากราบถวายสักการะเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พร้อมทั้งกราบขอพร

ท่านเจ้าคุณพระโสภณธรรมวงศ์ (วศก ปัญญาอักโข) นธ.เอก,พธ.บ.,ศศ.ม,ร.ป.ด.

เจ้าอาวาสวัดอินทรวรวิหาร กรุงเทพฯ / เจ้าคณะแขวงวัดสามพระยา

วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เข้ากราบถวายสักการะเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พร้อมทั้งกราบขอพร หลวงพ่อพระครูนิวิฐสาธุวัตร (หลวงพ่อทองหล่ำ ยโสธโร)

วันที่ ๒ กุมภาพันธ์  ๒๕๖๔  ที่ผ่านมา  คุณนิพนธ์ หมีอินทร์ ผู้จัดการแผนก โครงการเช่าบูชาวัตถุมงคล

บริษัททเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด เป็นผู้แทนเข้ากราบถวายสักการะเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พร้อมทั้งกราบขอพร

หลวงพ่อพระครูนิวิฐสาธุวัตร (หลวงพ่อทองหล่ำ ยโสธโร) นธ.เอก,ป.ธ.๕,พธ.บ.,M.P.A.

เจ้าอาวาสวัดเจ้าอาม  กรุงเทพมหานคร

วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๔ เข้ากราบถวายสักการะเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พร้อมทั้งกราบขอพร ท่านพระครูวศินปริยัตยากร (พระครูปลัดสมภูมิ สมจิตฺโต) หรือพระอาจารย์โชคดี

วันที่ ๒๕ มกราคม  ๒๕๖๔  ที่ผ่านมา  คุณนิพนธ์ หมีอินทร์ ผู้จัดการแผนก โครงการเช่าบูชาวัตถุมงคล

บริษัททเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด เป็นผู้แทนเข้ากราบถวายสักการะเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พร้อมทั้งกราบขอพร

ท่านพระครูวศินปริยัตยากร (พระครูปลัดสมภูมิ สมจิตฺโต) หรือพระอาจารย์โชคดี นธ.เอก,ป.ธ.๓,พธ.บ.

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชัยญาติการามวรวิหาร กรุงเทพฯ

บทความธรรม ดูเพิ่มเติม >>

เปิดตำนานตามรอยธรรมแห่งพระสังฆราชา สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
(สุวฑฺฒนมหาเถร เจริญ คชวัตร)

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (สุวัฑฒนมหาเถระ) มีพระนามเดิมว่า เจริญ นามสกุล คชวัตร ทรงมีพระชาติภูมิ ณ จังหวัดกาญจนบุรี ประสูติเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พุทธศักราช 2456 พระชนกชื่อ นายน้อย คชวัตร พระชนนี ชื่อ นาง กิมน้อย คชวัตร ทรงบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อพระชันษา 14 ปี ณ วัดเทวสังฆาราม กาญจนบุรี แล้วเข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรม ณ วัดบวรนิเวศวิหาร จนพระชันษาครบอุปสมบท และทรงอุปสมบท ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2476

โดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ประทับอยู่ศึกษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ตลอดมาจนกระทั่งสอบได้เป็นเปรียญธรรม 9 ประโยค เมื่อพุทธศักราช 2484 โดยทรงดำรงสมณศักดิ์ ตามลำดับดังนี้ ทรงเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ พระราชาคณะชั้นราช และพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ พระโศภณคณาภรณ์ ทรงเป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมวราภรณ์ ทรงเป็นพระราชาคณะชั้นเจ้าคณะรองที่ พระสาสนโสภณ ทรงเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระญาณสังวร ในปีพุทธศักราช 2504 ทรงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร สืบต่อจากพระพรหมมุุนี และทรงได้รับพระราชทานสถาปนาเป็น สมเด็จพระสังฆราช ในราชทินนามที่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อวันที่ 21 เมษายน พุทธศักราช 2532 นับเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
 
เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวรฯ มีพระอัธยาศัยใฝ่รู้ใฝ่เรียนมาตั้งแต่ทรงเป็นพระเปรียญ โดยเฉพาะในด้านภาษา ทรงศึกษาภาษาต่าง ๆ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน จีน และ สันสกฤต ตลอดจนทรงเป็นพระมหาเถระที่ทรงภูมิธรรมทั้งด้านปริยัติและด้านปฏิบัติ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสั่งสอนและเผยแผ่พระพุทธศาสนา แก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทรงมีส่วนร่วมในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งแรกของไทย คือมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ทรงริเริ่มให้มีสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อฝึกอบรมพระธรรมทูตไทยที่จะไปปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ และทรงเป็นพระมหาเถระไทยรูปแรก ที่ได้ดำเนินงานพระธรรมทูตในต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม และทรงเป็นพระประมุขแห่งศาสนจักรพระองค์แรกที่ได้รับทูลเชิญให้เสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการในประวัติศาสตร์จีน



ลำดับสมณศักดิ์
ธรรมเนียมพระยศของ
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงวชิรญาณสังวร
ตราประจำพระองค์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร.png
ตราประจำพระองค์
การทูล ใต้ฝ่าพระบาท
การแทนตน ข้าพระพุทธเจ้า
การขานรับ พะย่ะค่ะ/เพคะ
ลำดับโปเจียม เสมอศักดิ์พระอนุวงศ์ชั้นพระเจ้าวรวงศ์เธอ ทรงกรม
พ.ศ. 2490 พระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระโศภณคณาภรณ์]
พ.ศ. 2495 พระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามเดิม
พ.ศ. 2498 พระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามเดิม
พ.ศ. 2499 พระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมวราภรณ์ บรมนริศรธรรมนีติสาธก ตรีปิฎกคุณวิภูสิต ธรรมวิทิตคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
พ.ศ. 2504 รองสมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามจารึกในหิรัญบัฏว่า พระสาสนโสภณ วิมลญาณสุนทร บรมนริศรธรรมนีติสาธก ตรีปิฎกธรรมาลังการวิภูสิต ธรรมยุตติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
พ.ศ. 2515 สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามจารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระญาณสังวร บรมนริศรธรรมนีติสาธก ตรีปิฎกปริยัตติธาดา สัปตวิสุทธิจริยาสมบัติ อุดมศีลจารวัตรสุนทร ธรรมยุตติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัณยวาสี 
21 เมษายน พ.ศ. 2532 ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระญาณสังวร บรมนริศรธรรมนีติภิบาล อริยวงศาคตญาณวิมล สกลมหาสังฆปริณายก ตรีปิฎกปริยัตติธาดา วิสุทธจริยาธิสมบัติ สุวัฑฒนภิธานสงฆวิสุต[28] ปาวจนุตตมพิสาร สุขุมธรรมวิธานธำรง วชิรญาณวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิจิตรปฏิภาณพัฒนคุณ วิบุลสีลาจารวัตรสุนทร บวรธรรมบพิตร สรรพคณิศรมหาปธานาธิบดี คามวาสี อรัณยวาสี สมเด็จพระสังฆราช[29]
28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 ทรงได้รับการสถาปนาพระอัฐิเป็น สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร วชิราลงกรณราชาภินิษกรมณาจารย์ สุขุมธรรมวิธานธำรง อริยวงศาคตญาณวิมล สกลมหาสังฆปริณายก ตรีปิฎกปริยัติธาดา วิสุทธจริยาธิสมบัติ สุวัฑฒนภิธานสังฆวิสุต ปาวจนุตตมพิสาร วชิรญาณวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิจิตรปฏิภาณพัฒนคุณ วิบุลสีลาจารวัตรสุนทร สรรพคณิศรมหาสังฆาธิบดี ศรีสมณุดมบรมบพิตร [21]

อีกหนึ่งพระกรณียกิจที่มีความสำคัญยิ่ง คือ ทรงเป็นพระอภิบาลในพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน เมื่อครั้งเสด็จออกทรงพระผนวช เมื่อพุทธศักราช 2499 พร้อมทั้งทรงถวายความรู้ในพระธรรมวินัยตลอดระยะเวลาแห่งการทรงพระผนวช ทรงเป็นพระราชกรรมวาจาจารย์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อครั้งเสด็จออกทรงผนวชเป็นพระภิกษุ เมื่อพุทธศักราช 2521
 
ตลอดพระชนม์ชีพ ทรงดำรงตำแหน่งหน้าที่สำคัญทางการคณะสงฆ์ในด้านต่าง ๆ และทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเป็นประโยชน์ต่อพระศาสนา ประเทศชาติ และประชาชน  ในปีพุทธศักราช 2555 ที่ประชุมผู้นำสูงสุดแห่งพุทธศาสนาโลก จึงได้ถวายตำแหน่งผู้นำสูงสุดแห่งพระพุทธศาสนาโลก แด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

พระพรหมศักดิ์สิทธิ์ เทพผู้ทรงคุณวิเศษด้านการประทานพร

ท้าวมหาพรหม คือเทพเจ้า ผู้สร้าง ผู้ลิขิตความเป็นไปของทุกสรรพสิ่ง เป็นผู้กำเนิดชะตา ชีวิตของมนุษย์ทุกคน 

ที่เราๆ ท่านๆ รู้จักกันใน “พรหมลิขิต” พระพรหมจึงเป็นผู้รู้ความเคลื่อนไหว ความเป็นไปของสรรพสิ่ง 

ท้าวมหาพรหม คือ มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่หนึ่งในสาม ท่านท้าวมหาพรหมทรงรับฟังคำอธิษฐานของผู้ศรัทราในองค์ท่านเสมอ

ผู้บูชาพระพรหมและกระทำความดีอย่างสม่ำเสมอจะได้รับการบันดาลพรให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา 

ท้าวมหาพรหม เป็นเทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์ ทรงมีอิทธิฤทธิ์เทวานุภาพในการลิขิตดวงชะตาชีวิตมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย 

โดยควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎแห่งกรรม ท้าวมหาพรหมจึงเป็นผู้คุ้มครองคนดีและลงโทษผู้กระทำบาป 

ผู้กระทำบาปจะถูกพระพรหมลิขิตให้ชีวิตมีแต่ความลำบากยากเข็ญ ผู้ที่มีจิตใจเอื้ออารีต่อผู้อื่น พระพรหมจะบันดาลให้ชีวิตมีแต่ความสุขและสมบูรณ์ 

มีคติความเชื่อมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันว่า ผู้ศรัทธาในพระพรหม เมื่อบูชาพระองค์แล้ว พระองค์จะประทานปัญญาในการประกอบอาชีพ 

ทำให้ธุรกิจ กิจการ งานทุกอย่างก็จะประสบความสำเร็จ พระองค์ยังทรงปกป้องให้ห่างจากศัตรูหมู่มาร 

อีกทั้งผู้มีศรัทธาในพระองค์จะเป็นที่รักแก่เทวดา มนุษย์ และอมนุษย์ ทั้งมวล คิดสิ่งใดปรารถนา สิ่งใดที่ตั้งมั่นอยู่ในความถูกต้อง 

ท้าวมหาพรหม จะประทานให้ผู้บูชาสมปรารถนาทุกประการ

ในอินเดียสมัยโบราณ ท้าวมหาพรหม เป็นเทพ (ผู้สร้างโลก) ได้รับการยกย่องโดยพวกพราหมณ์เชื่อว่า 

ท้าวมหาพรหม เป็นฤๅษีองค์แรกของศาสนาพราหมณ์และเป็นมหาเทพที่มีบุญบารมีสูงส่งกว่าเทพและเทวดาทั่วไป 

ท้าวมหาพรหม จึงกลายเป็นเทพองค์สำคัญขึ้นมาใหม่โดยมีการสร้างเทวาลัยและรูปปั้นไว้เป็นจำนวนมาก 

ท้าวมหาพรหม ได้รับการนับถือบูชาในฐานะที่พระองค์เป็นผู้สร้างของทุกสิ่งทุกอย่างให้เกิดขึ้นบนโลก 

พระองค์ทรงเป็นผู้ให้ที่สำคัญและเป็นผู้กำหนดโชคชะตาของมนุษย์



บูชาพระพรหม ท้าวมหาพรหม อย่างไรให้สำเร็จผลสมปรารถนา 

การบูชาพระพรมหม มีความเชื่อกันว่าพระพรหมเป็นองค์เทพที่สามารถลิขิตชะตาชีวิตของมนุษย์ได้ ดังนั้นท่านจะปกป้องคุ้มครองผู้ที่ทำความดี ประพฤติตนดี หากอธิษฐานขอพรในเรื่องใด 
ก็จะประสบความสำเร็จและสมหวังดั่งที่ปรารถนา แต่ในทางตรงกันข้าม หากผู้ใดที่ทำบาปหรือสิ่งไม่ดี พระพรหมก็จะลิขิตให้คนผู้นั้นพบแต่ความลำบากและมีชีวิตที่ทุกข์ยาก ส่วนการสักการะบูชาพระพรหม 
เนื่องจากท่านมี 4 พักตร์ ดังนั้นการจะบูชาท่านต้องบูชาให้ครบทั้ง 4 ทิศ (งาน เงิน ความรัก ภาพรวม) จึงจะได้รับพรครบทุกประการ

คาถาบูชาพระพรหม ท้าวมหาพรหม

โอมปะระเมสะนะมัสการัม องการะนิสสะวะ รัง
พรหมเรสสะยัม ภูปัสสะวะวิษณุ ไวยะทานะโมโทติลูกปัม
ทะระมา ยิกยานัง ยะไวยะลา คะมุลัม
สะทา นันตะระ วิมุสะตินัน
นะมัตเต นะมัตเตร จะ อะการัง ตโถวาจะ
เอตามาตาระยัต ตะมัน ตะรามา
กัตถะนารัมลา จะสะระวะ ปะติตัม
สัมโภพะกลโล ทิวะทิยัม มะตัมยะ

คาถาบูชาพระพรหม ท้าวมหาพรหม แบบย่อ โอม อหัม ปรัหมา อัสมิ

คาถาบูชาพระพรหม ท้าวมหาพรหม ผู้ใดสักการะและบูชาพระพรหม จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เป็นที่รักใคร่ของคนทั้งหลาย

วิธีไหว้ขอพรพระพรหม ท้าวมหาพรหม
วิธีสักการะ พระพรหม เริ่มจากการไหว้สักการะพระพรหมจากพักตร์แรก แล้วเวียนขวามือของเรา หรือ พระหัตถ์ซ้ายของพระพรหม จนถึงพักต์สุดท้าย
การขอพรและการเตรียมของไหว้พระพรม แต่ละพักตร์จะแตกต่างกันดังนี้
พักตร์ที่ 1 ใช้ธูป 16 ดอก เทียน 9 เล่ม ดอกบัว 9 ดอก น้ำ 1 ขวด โดยให้ขอพรเกี่ยวกับเรื่องงาน การเรียน การสอบแข่งขัน ขออำนาจบารมี ขอความก้าวหน้าในชีวิต และขอพรให้บิดา
พักตร์ที่ 2 ใช้ธูป 36 ดอก เทียน 9 เล่ม ดอกบัว 9 ดอก น้ำ 1 ขวด โดยให้ขอพรเรื่องทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน บ้าน รถ หนี้สินที่มีคนยืมแล้วไม่คืน
พักตร์ที่ 3 ใช้ธูป 39 ดอก เทียน9 เล่ม ดอกบัว 9 ดอก น้ำ 1 ขวด โดยให้ขอพรเกี่ยวกับสุขภาพ ครอบครัว คู่ชีวิต ญาติพี่น้อง คู่สัญญา และขอพรให้มารดา
พักตร์ที่ 4 ใช้ธูป 19 ดอก เทียน 9 เล่ม ดอกบัว 9 ดอกน้ำ 1 ขวด โดยให้ขอพรเรื่องโชคลาภ เงินทอง ขอโชค ขอลาภ เกี่ยวกับการเสี่ยงดวง การขอกู้ยืมเงิน และการขอบุตร

แนะนำ สามารถไหว้ขอพรพระพรหม ท้าวมหาพรหมโดยขอพรเฉพาะเจาะจงตามเรื่องนั้นๆ ได้
แต่การไหว้ขอพรที่ถูกต้องคือไหว้ให้ถูกพักตร์ และ ควรไหว้ให้ครบทุกพักตร์เพราะรับพรได้ครบทุกประการ

ดูรายการวัตถุมงคล ต่อได้ที่ >>>>>> ท้าวมหาพรหม

หลวงพ่อทอง สุทธสีโล วัดบ้านไร่

หลวงพ่อทอง สุทธสีโล เกิดเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๙๒ บิดาชื่อ นายบัว กล้าหาญ และมารดาชื่อ นางภู กล้าหาญเดิมอยู่บ้านโนนสูง
ต.วังหิน อ.ประทาย จ.นครราชสีมา หลวงพ่อทอง ท่านเล่าว่า.. ท่านเกิดมาก็อาภัพ พ่อกับแม่แยกทางกัน ต้องไปอาศัยอยู่กับพ่อใหญ่แม่ใหญ่ (ตายาย)
โดยไปอยู่พร้อมกับพี่สาวชื่อนางบุญตา(เสียชีวิตแล้ว)ต่อมาแม่ก็มาเสียชีวิตลง ทำให้ไร้ที่พึ่งตั้งแต่วัยเด็ก ดีที่ตาเที่ยงกับยายเทียม
ให้ความรักใคร่หลานทั้ง ๒ คน ชีวิตวัยเด็ก ไม่ได้สนุกสนานเหมือนเด็กในวัยเดียวกันต้องทำนาและเลี้ยงควาย ช่วยตากับยายซึ่งแก่ชราแล้ว
มีวันหนึ่งที่ หลวงพ่อซุกซนปืนขึ้นไปเล่นบนกิ่งไม้ แล้วหักลงมาถูกคันนา หัวแตกจนเป็นรอยแผลเป็นทุกวันนี้

เมื่อจบชั้น ป.๔ จาก ร.ร.วัดบ้านโนนสูง ต.วังหิน อ.ประทาย จ.นครราชสีมา หลวงพ่อทองต้องเร่ร่อนตามน้าบ่าว (น้องชายแม่) ไปรับจ้างทั่วไป ทั้งทำนาหรือเกี่ยวข้าว
ได้ค่าจ้างวันละ ๕ บาท เพื่อมาใช้จ่ายจุนเจือในครอบครัว เพื่อหารายได้เสริม เพราะพ่อใหญ่แม่ใหญ่อายุมากแล้ว แต่ครั้งที่ท่านลำบากที่สุดในชีวิตส
ก็คือการติดตามคนในหมู่บ้าน ไปรับจ้างตัดฟืน ที่อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา (เผาถ่านส่งขายนายทุน) ช่วงนั้นต้องอยู่กินอย่างอดๆ อยากๆ ต้องไปเซ็นข้าวพริกหรือปลาทูเค็ม
มากินถึงเวลาขายฟืนและเผาถ่านได้ เค้าก็หักเงินไป การไปรับจ้างตัดฟืนและเผาถ่านครั่งนั้น หลวงพ่อทองท่านต้องล้มป่วยลง ด้วยเป็นไข้ดง (มาเลเรีย)
ท่านถูกส่งมารักษาตัวอยู่ที่โคราช เมื่อหายดีก็ไปทำงาน รับจ้างเฝ้าสวนมะม่วงให้เจ้านาย ที่หัวทะเล (ใกล้กับป่าช้าจีน จ.นครราชสีมา)
เมื่อถึงอายุ ๒๑ ปี ท่านผ่านการเกณฑ์ทหาร จับได้ใบดำ จึงคิดออกบวช ทดแทนบุญคุณพ่อแม่ (แม้นว่าท่านจะสิ้นไปแล้ว) แต่ปัญหาก็คือ ไม่มีเงินแม้นแต่จะซื้อผ้าไตรจีวร
ดีที่มีญาติของเจ้านาย เป็นครูที่ ร.ร.ราชสีมาวิทยาลัย รับเป็นเจ้าภาพ จัดซื้อเครื่องบวชให้ ท่านว่าบุญคุณครั้งนี้ ท่านไม่เคยลืมจำได้กระทั่งลูกหลาน ของผู้มีพระคุณ
หลวงพ่อทอง เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดสระแก้ว อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่ออายุครบ ๒๒ ปี พ.ศ.๒๕๑๔ หลวงพ่อทอง สุทธสีโล ก็ได้มาจำพรรษาอยู่
วัดศรีแก้ว อ.เมือง จ.นครราชสีมา พ.ศ.๒๕๑๔ ขณะนั้นมี หลวงพ่อแถว เป็นเจ้าอาวาสวัด ส่วนหลวงพ่อคูณ เป็นพระลูกวัด หลวงพ่อคูณได้เห็นหลวงพ่อทอง
เป็นพระที่มีอัธยาศัยดี เงียบขรึม ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยค่อยจา มีความนอบน้อมอ่อนโยน เป็นพระที่เรียบร้อย และมีความตั้งใจในการทํากิจเป็นอย่างมาก
หลวงพ่อคูณ จึงได้ถ่ายทอดวิชาและพระคาถารวมไปถึงการจารอักขระต่างๆ ในตะกรุด และยันต์ ก็เลยนับกันเป็นศิษย์ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
หลวงพ่อคูณไปไหนก็จะนำพาหลวงพ่อทองไปด้วย ศิษย์หลวงพ่อคูณมีอยู่ทั่วประเทศ แต่ที่ถ่ายทอดวิชา ให้และรับเป็นศิษย์เอกก็คือ “หลวงพ่อทอง สุทธสีโล”
ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๑๗ หลวงพ่อคูณ เห็นว่า “หลวงพ่อทอง สุทธสีโล” ควรแล้วที่จะต้องนําวิชาที่มีออกมาใช้บําเพ็ญประโยชน์ จึงได้ให้ร่วมปลุกเสก
เหรียญ หลวงพ่อคูณ ปี พ.ศ.๒๕๑๗” ซึ่งในปัจจุบัน เหรียญหลวงพ่อคูณ ปี พ.ศ.๒๕๑๗ นี้ เป็นที่ต้องตาต้องใจเหล่าเซียนพระเป็นอย่างยิ่ง
“หลวงพ่อทอง สุทธสีโล” คือพระที่หลวงพ่อคูณไว้วางใจมากที่สุด จนถึง ปี พ.ศ.๒๕๓๓ หลวงพ่อคูณ เห็นว่า วัดพระพุทธบาทเขายายหอม
ต.นายางกลัก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ เป็นวัดที่เรียบสงบร่มเย็น เหมาะอย่างยิ่งที่จะฝึกสมาธิและเจริญภาวนา จึงได้ส่งหลวงพ่อทองไปจําพรรษาที่วัดพระพุทธบาทเขายายหอม
ทั้งนี้ หลวงพ่อคูณ ก็ยังให้ลูกศิษย์นําตะกรุดทองคําฝังแขน ตะกรุดโทน รวมไปถึงตะกรุดชายจีวร ไปให้หลวงพ่อทองลงเหล็กจารอักขระ ถึงบนวัดพระพุทธบาทเขายายหอม
เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ครั้งหนึ่ง หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ พบเห็นหลวงพ่อทอง เป็นพระที่มีอัธยาศัยดี เงียบขรึม ไม่ค่อยพูด ค่อยจา มีความนอบน้อมถ่อมตน เป็นพระที่เรียบร้อย
และมีความตั้งใจในการทำกิจสงฆ์เป็นอย่างมาก จึงได้ถ่ายทอดสรรพวิชาและพระคาถา รวมไปถึงการจารอักขระต่างๆ ในตะกรุดและเลขยันต์ ให้หลวงพ่อทอง
จึงนับกันเป็นอาจารย์–ศิษย์ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา จนจวบจนทุกวันนี้หลวงพ่อทองและคณะศิษยานุศิษย์หลวงพ่อทอง ได้ร่วมกันสร้างศาลาการเปรียญ
บูรณะและพัฒนา วัดตระคลอง ต.ซับสมบูรณ์ อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น และช่วยเหลือในงานสาธารณประโยชน์ของพระพุทธศาสนา ช่วยเหลือชุมชนสืบไป

พระเครื่องออนไลน์

เว็บพระแท้ ร่วมสร้างสะสมบุญไปกับ Amulet24.com พระเครื่องออนไลน์ รวมวัตถุมงคล เช่าบูชาพระแท้ 100% ออกจากวัดโดยตรง รวบรวมทั้งเครื่องรางของขลัง มวลสารศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อโสธร หลวงปู่ทวด สมเด็จพุฒาจารย์โต ท้าวเวสสุวรรณ พระซุ้มกอ  พระกำลังแผ่นดิน และอีกหลากหลายพระเกจิชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทย อานิสงส์ของการทำบุญ แก้ปีชง 2564 ช่วยให้ชีวิตราบรื่น ปัดเป่าเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี โดยรายได้แต่ละโครงการไม่เพียงแค่ร่วมทำบุญ แต่เงินทุกบาทยังมีส่วนร่วมในการทํานุบํารุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป ส่งฟรีที่เซเว่นอีเลฟเว่น รับวัตถุมงคลได้ทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง