วัดบางเหี้ย สมุทรปราการ

วัดบางเหี้ย สมุทรปราการ (1 สินค้า)

จำนวนสินค้าต่อหน้า  30 60 90
จำนวนสินค้าต่อหน้า  30 60 90
หลวงพ่อปาน ได้มาบรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดอรุณราชวราราม(วัดแจ้ง)ฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานครฯ จวบจนเมื่ออายุครบ 20 ปี ท่านก็ได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดอรุณราชวราราม(อารามหลวง) นั่นเอง โดยมี "ท่านเจ้าคุณศรีศากยมุนี" เป็นพระอุปัฌาย์[ต้องการอ้างอิง]

หลวงพ่อปาน ศึกษาทั้งด้านวิปัสสนากรรมฐาน รวมไปถึงไสยศาสตร์ต่างๆ โดยได้รับการถ่ายทอดจากคณาจารย์หลายองค์จนเชี่ยวชาญ ในเวลาต่อมาท่านจึงได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่วัดบางเหี้ยนอก(วัดมงคลโคธาวาส) โดยมีพระซึ่งเป็นสหายสนิทตามมาด้วยองค์หนึ่งชื่อ หลวงพ่อเรือน[ต้องการอ้างอิง] หลังออกพรรษาท่านและหลวงพ่อเรือนก็เริ่มออกธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆ(ป่าเขา) เป็นประจำ ในพรรษาต่อๆ มาจึงเริ่มมีพระผู้ติดตามมากขึ้นจนกระทั่งออกธุดงค์ครั้งละเป็นร้อยรูป



หลวงพ่อปานและหลวงพ่อเรือนได้ดั้นด้นไปจนถึง วัดอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี เพื่อศึกษาพระธรรมและได้ฝากตัวเป็นสานุศิษย์ของ หลวงพ่อแตง เจ้าอาวาสวัดอ่างศิลา[ต้องการอ้างอิง] โดยเน้นศึกษาด้านวิปัสนาธุระและไสยเวทมนตร์ต่างๆ จนเมื่อมีความเชี่ยวชาญแล้วจึงได้อำลาพระอาจารย์กลับมาพำนักอยู่ที่วัดบ้านเกิดพร้อมด้วยพระอาจารย์เรือน ณ วัดบางเหี้ย(ปัจจุบันคือวัดมงคลโคธาวาส)
หลวงพ่อปาน เป็นพระภิกษุที่ปฏิบัติธรรมวินัยเคร่งครัดโดยปฏิบัติกิจของสงฆ์เป็นประจำทุกวัน เช่น การนำพระสงฆ์ออกบิณฑบาตทุกๆ เช้า นอกจากวันที่เจ็บป่วยจนไปไม่ไหวแล้วท่านก็ปฏิบัติเป็นประจำทุกวัน หรือการนำพระสงฆ์สวดมนต์เช้าเย็นที่หอสวดมนต์เป็นประจำทุกวันโดยสวดมนต์เป็นคัมภีร์หรือผูกเป็นเล่มเป็นวันๆ ไปกระทั่งสวดปาฏิโมกข์ ด้วยเหตุนี้ในสมัยของท่านนั้นบรรดาพระลูกวัดของท่านจึงสวดมนต์เก่งมาก

รูปหล่อหลวงพ่อปาน

ด้วยคุณความดีและคุณธรรมอันสูงส่งของหลวงพ่อปานที่ได้ประกอบขึ้นไว้แต่เมื่อครั้งท่านยังมีชีวิตอยู่ ทำให้ราษฎรทั้งในตำบลใกล้เคียงไปจนกระทั่งต่างอำเภอและต่างจังหวัดพากันเคารพนับถือและรำลึกถึงท่านอย่างไม่เสื่อมคลาย

ก่อนที่หลวงพ่อปานจะมรณภาพนั้นประชาชนที่มีความเคารพบูชาท่านได้พร้อมใจกันหล่อรูปเหมือนของท่านขึ้นมาองค์หนึ่งขนาดเท่าตัวจริง เพื่อไว้เป็นที่เคารพบูชากราบไหว้รูปหล่อแทนตัวท่าน เพราะท่านไม่ค่อยได้อยู่วัดเนื่องจากมักจะเดินธุดงค์ไปในที่ต่างๆ เป็นประจำ แต่เมื่อหล่อรูปเหมือนท่านขึ้นแล้วท่านก็ไม่ค่อยจะเข้าวัด มักจะปลีกตัวไปจำวัดที่พระปฐมเป็นประจำ

การที่หลวงพ่อปานไม่อยากเข้าวัดนั้นอาจเป็นเพราะท่านรู้ล่วงหน้าว่าถึงคราวจะหมดอายุขัยแล้วจึงต้องการความสงบในการพิจารณาธรรมก็เป็นได้ แต่ท่านก็ไม่ได้บอกกับใครๆ เมื่อญาติโยมอ้อนวอนมากๆ เข้า ท่านก็บ่ายเบี่ยงไปว่า “เข้าไปไม่ได้ อ้ายดำมันอยู่ ขืนเข้าไปอ้ายดำมันจะเอาตาย” ซึ่งคำว่า “อ้ายดำ” หมายถึงรูปหล่อของท่านนั่นเอง

ปัจจุบันนี้รูปหล่อของหลวงพ่อปานก็ยังประดิษฐานอยู่ที่วัดมงคลโคธาวาส ที่กุฏิของท่านซึ่งได้จัดสร้างขึ้นใหม่ในภายหลัง ซึ่งปรากฏความศักดิ์สิทธิ์มากมาย น้ำมนต์ที่หน้ารูปหล่อของท่านก็มีคนนำไปดื่ม ทองคำเปลวที่รูปหล่อก็มีคนนำไปปิดที่หน้าผากเพื่อรักษาโรค เป็นต้น