หลวงปู่ขันตี วัดป่าม่วงไข่

หลวงปู่ขันตี วัดป่าม่วงไข่ (8 สินค้า)

แสดง  30 60 90
แสดง  30 60 90
พระภิกษุที่ได้รับการยกย่องนับถือว่าเป็นพระบุพพาจารย์ใหญ่ แห่งกองทัพธรรม พระกรรมฐานในประเทศไทย ได้แก่ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ผู้ได้บำเพ็ญความเพียรในขั้นเอกอุ จนบรรลุถึงธรรมชั้นสูงสุด ทั้งนี้ ศิษยานุศิษย์ทั้งหลาย ได้ให้สมัญญาว่า "พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายพระกรรมฐาน" เป็นผู้มีประวัติงดงาม เป็นฐานที่พึ่งอันมั่นคงตลอดจนเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจตลอดเวลาในเพศบรรพชิต ได้ปฏิบัติตนจนกระทั่งเป็น แบบอย่างที่ดี อันจะหาผู้ใดเสมอเหมือนได้ยากยิ่ง

                 สำหรับพระเถระผู้มีบทบาทในการสร้างหลักปักธงชัย พระกรรมฐาน ในแผ่นดินที่ราบสูง แดนอีสาน ได้แก่ ท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) วัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล วัดเลียบ อุบลราชธานี และ หลวงปู่มั่น ภูริทัตตมหาเถร ซึ่งกาลต่อมา ได้ให้การอบรม สั่งสมบารมีธรรม แก่พระภิกษุสามเณร จนมีศิษย์เป็นพระธุดงคกรรมฐาน ผู้ทรงคุณธรรม สัมมาปฏิบัติ ออกจาริกธุดงค์ เผยแผ่ธรรมนำศรัทธาสาธุชนได้ผลดีเป็นอันมาก ต่อกิจการงานพระศาสนาสร้างสำนักป่า วัดวา ศาสนสถานในพระพุทธศาสนา ตามแบบที่เรียกว่า "วัดป่า" ที่เน้นที่เน้นธรรมชาติ ความเรียบง่าย สะอาด สงบ สว่างด้วยแสงธรรม
                 ปัจจุบันนี้ยังมีพระป่าที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหลายสิบรูป และหนึ่งในจำนวนนี้ คือ หลวงพ่อขันตี ญาณวโร เจ้าอาวาสวัดป่าม่วงไข่ ต.สานตม อ.ภูเรือ จ.เลย ท่าเกิดเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๖ ตรงกับวันอังคารขึ้น ๑๔ค่ำ เดือน ๑๑ ปีมะแม เป็นชาวขอนแก่นโดยกำเนิด ปัจจุบันสิริอายุ ๗๒ ปี พรรษาที่ ๕๑ เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๗ ณ พัทธสีมา วัดศรีจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น
 
                 เมื่ออุปสมบทได้ ๑ ปี พ.ศ.๒๕๐๘ ท่านได้ติดตามมาปฏิบัติจำพรรษาอยู่กับ “หลวงปู่คำดี ปภาโส” ที่วัดถ้ำผาปู่นิมิตร ต่อมาได้ย้ายไปพำนักจำพรรษาและอุปัฏฐากดูแล “หลวงปู่ชอบ ฐานสโม” ที่วัดป่าโคกมน เนื่องจากในขณะนั้นหลวงปู่ชอบป่วยเป็นอัมพาต
                 วัดป่าสันติธรรม หรือวัดป่าห้วยเดื่อ เป็นวัดที่หลวงพ่อขันตี ญาณวโร ได้เป็นผู้นำพาสร้างวัดป่าแห่งหนึ่งอยู่ที่บ้านห้วยเดื่อ อ.วังสะพุง จ.เลย และดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส โดยท่านพำนักอยู่จำพรรษา ณ วัดป่าห้วยเดื่อ (วัดป่าสันติธรรม) เป็นเวลายาวนานถึง ๒๕ ปี
                 หลังจากนั้น หลวงพ่อขันตี ไปพำนักจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าหนองแซง ต.หนองบัวบาน อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ก่อนย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดหลวงปู่ขาว อนาลโย คือวัดถ้ำกองเพล ต.โนนทัน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู สุดท้ายได้ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดป่าม่วงไข่ ต.สานตม อ.ภูเรือ จนถึงปัจจุบัน
                 หลวงพ่อขันตี ญาณวโร ได้อนุรักษ์สิ่งของอัฐบริขารและเสนาสนะต่างๆ ของหลวงปู่ชอบ ฐานสโม เอาไว้ เช่น กุฏิพักหลวงปู่ชอบ โดยเฉพาะกุฏิไม้ไผ่ที่ปลูกอยู่ติดกับต้นมะม่วงป่า มะม่วงป่านั้นมีลูกเล็กๆ สีเหลืองเท่ากับไข่ไก่พื้นบ้าน ต้นใหญ่ประมาณ ๒-๓ คนโอบ เป็นที่เดินจงกรมและนั่งปฏิบัติธรรมหลวงปู่ชอบ
                 ในส่วนของหลวงพ่อขันตี ท่านยึดถือในแนวทางปฏิบัติของหลวงปู่ชอบ ผู้เป็นพระอาจารย์ ด้วยการนั่งปฏิบัติธรรมพร้อมด้วยพระลูกวัดมาโดยตลอด นับเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่ง แม้จะไม่เปิดตัวมากนักก็ตาม เหรียญวัตถุมงคลรุ่นแรกของหลวงพ่อขันตี ญาณวโร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๘

พระผู้สร้างวัดป่าม่วงไข่
                 วัดป่าม่วงไข่ ตั้งอยู่ที่บ้านม่วงไข่ ต.สานตม อ.ภูเรือ จ.เลย เดิมเป็นสำนักสงฆ์ โดยหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ท่านได้มาสร้างไว้ เพื่อใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญภาวนาปฏิบัติธรรมทุกวันนี้กระท่อมที่พำนักของหลวงปู่ชอบ ยังรักษาเอาไว้ให้คนกราบไหว้บูชา อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่หลวงปู่ชอบมรณภาพไปแล้ว วัดป่าม่วงไข่ไม่ค่อยมีพระมาอยู่จำพรรษา ดังนั้นหลวงพ่อขันตี ญาณวโร ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่คำดี และหลวงปู่ชอบ ได้มาสืบสานต่อในการพัฒนาวัดป่าม่วงไข่ของหลวงปู่ชอบ เพื่อเป็นการรำลึกถึงครูบาอาจารย์
                 ทุกวันนี้วัดป่าม่วงไข่ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นวัดถูกต้องตามกฎหมายแล้ว โดยตั้งอยู่บริเวณภูน้อย ติดกับหมู่บ้านม่วงไข่ ห่างจากถนนสายเลย-ด่านซ้ายที่หมู่บ้านโนนสมบูรณ์ ลึกเข้าไปประมาณ ๕ กิโลเมตร แต่เดิมการเดินทางเข้าวัดป่าม่วงไข่ ต้องเดินเท้าเข้าไป โดยเฉพาะหน้าฝนลำบากมาก แต่ปัจจุบันเส้นทางคมนาคมสะดวกสบาย การเดินทางสะดวกราบรื่น โดยรอบบริเวณวัดป่าม่วงไข่ ยังคงสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์เอาไว้ ตั้งแต่ครั้งยุคของหลวงปู่ชอบเป็นต้นมาจนกระทั่งถึงยุคหลวงพ่อขันตี ด้วยมีทิวทัศน์บรรยากาศที่สวยงามมาก นับว่าวัดป่าม่วงไข่ยังสามารถคงสภาพป่าที่สมบูรณ์ เหลือไว้เป็นสมบัติทางธรรมชาติสืบต่อไป
 
                 วัดป่าม่วงไข่ ปัจจุบันได้มีการพัฒนาไปอย่างมากมาย ทั้งยังเป็นแหล่งปฏิบัติธรรม นอกจากนี้ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์รวบรวมอัฐบริขารของหลวงปู่ชอบไว้ด้วย ส่วนหนึ่งที่ควรจะต้องพัฒนาโดยเฉพาะสิ่งแวดล้อม ตรงบริเวณพิพิธภัณฑ์และศาลาการเปรียญ ที่ยังมีต้นไม้ใหญ่ไม่มากนัก ทำให้พื้นที่ดูโล่ง ดังนั้นวัดและชุมชนจะต้องร่วมแรงร่วมใจในการพัฒนาวัดแห่งนี้ ด้วยการปลูกต้นไม้ให้ดูเป็นวัดที่เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม ให้สมกับเป็นวัดเก่าแก่โดยแท้

ธรรมะหลวงพ่อขันตี

  
                 "ทุกขะโต ทุกขะถานัง หมายถึง ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว" เป็นคำสอนของหลวงพ่อขันตี ญาณวโร ที่นายศุภกนก์ธีร์  อนุศรี หรือที่รู้กันในนาม “เสี่ยโต่ง ขอนแก่น” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังแห่งภาคอีสานแล้วยึดเป็นหลักในการทำบุญ ทั้งนี้ มีคำสอนของหลวงพ่อขันตีเรื่องการทำบุญ คือ "ให้สุขแก่ท่านสุขนั้นย่อมถึงตัว หรืออยากได้สุขต้องให้สุขก่อน"
                 บุญอย่างหนึ่งที่เสี่ยโต่งทำอย่างต่อเนื่องมากว่า ๑๐ ปี คือ อุปถัมภ์วัดป่าสายกรรมฐาน (สายหลวงปู่มั่น) ๑๐ วัด ในรูปแบบของการจ่ายค่าไฟฟ้าและข้าวสาร เป็นเวลาติดต่อมากว่า ๑๔ ปี โดยจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้เสี่ยโต่งมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า "การให้ไฟฟ้าเหมือนการให้แสงสว่าง โดยที่ผ่านมาชีวิตผมรุ่งเรื่องสว่างไสวมาตลอด แม้นมีอุปสรรคก็มีทางออกมีผู้ชี้ทางให้