หลวงปู่นนท์ 

หลวงปู่นนท์  (1 สินค้า)

จำนวนสินค้าต่อหน้า  30 60 90
จำนวนสินค้าต่อหน้า  30 60 90
หลวงปู่นน เป็นน้องชายแท้ๆ ของหลวงพ่อยิด แห่งวัดหนองจอก อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ ผู้ปลุกเสกปลัดขิกอันลือลั่น ในการปลุกเสกปลัดขิกและวัตถุมงคล มีผู้เคยถามหลวงปู่นนว่า “ปลุกเสกปลัดขิกต้องมีคาถาหรือไม่” หลวงปู่นนบอกว่ามี คาถาเป็นบาลีตัวเดียวกันกับคาถาของหลวงพ่อยิดวัดหนองจอก โดยใช้เพียงสามตัวเท่านั้น ได้แก่ “กันหะเนหะ, นะมะพะธะ, จะพะกะสะ”

หลวงปู่นนยังบอกด้วยว่า คาถาซึ่งเป็นหัวใจเพียงสามตัวนี้ก็คือหัวใจล้วนๆ ทุกคนปลุกได้เพียงแค่ลงหัวใจเสียก่อน แล้วจึงไล่ธาตุ แต่ก็ไม่เห็นมีใครทำได้ หลวงปู่บอกซ้ำอีกว่า ที่สำคัญของการทำไม่ได้คือวิชามีแล้วแต่การปฏิบัติและการเพียรภาวนาให้ได้ถึงเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๘ พระราชภัทรญานฯ มอบตราตั้งฐานานุกรมและพัดยศเป็น “พระครูสังฆรักษ์” ให้แก่หลวงปู่นน จนฺทวิโร เจ้าสำนักสงฆ์เขาพรานธูป ให้เป็น “พระครูสังฆรักษ์นน จนฺทวิโร” โดยมีพิธีมอบขึ้นภายในอุโบสถของสำนักสงฆ์เขาพรานธูป

ตำนานแห่ง “เขาพรานธูป”
สำนักสงฆ์เขาพรานธูป เดิมที่มีพื้นที่ประมาณ ๑๐ ไร่ โดยเมื่อ ๓๐-๔๐ ปีก่อนชาวบ้านที่มาทำไร่มีพลังศรัทธาในพุทธศาสนาถวายเพื่อสร้างที่พักสงฆ์ และเมื่อสร้างเป็นวัดพื้นที่เล็กเกินไปจึงทยอยซื้อปัจจุบันมีพื้นที่ ๓๕ ไร่ ขณะนี้กำลังดำเนินการยื่นเรื่องขอตั้งเป็นวัด

หลวงปู่นนเล่าให้ฟังว่า ตอนที่มาอยู่นั้น สำนักสงฆ์แห่งนี้ปลูกเป็นเพิงหมาแหงน พอหลบแดดหลบฝนได้เท่านั้น เหมือนกระท่อมชาวบ้านที่มาทำสวนทำไร่ ส่วนเครื่องใช้อื่นๆ ไม่ต้องพูดถึง มีเหมือนไม่มี คือ ใช้ได้ไม่สมบูรณ์แต่ก็ต้องใช้

ตอนที่มาอยู่สำนักสงฆ์แห่งนี้ มีเพียงแค่ย่ามกับบาตรเท่านั้น ครั้งแรกตั้งใจมาพักภาวนาไม่กี่วันก็จะไป แต่ระหว่างภาวนานั้นเกิดนิมิตว่า มีโบสถ์ มีศาลา มีกุฏิอยู่อย่างสมบูรณ์ จึงตั้งใจอยู่ต่อเพื่อสร้างเป็นวัด เริ่มจากพิมพ์ซองบอกบุญ ๑,๐๐๐ ใบ แจกชาวบ้านแจกไปเรื่อยๆ ไม่ได้ออกวัตถุมงคลใดๆ เมื่อลูกศิษย์รู้ข่าวก็มาช่วยกันคนละเล็กคนละน้อยตามกำลังศรัทธา มีน้อยสร้างน้อย มีมากสร้างมาก สร้างไปสร้างมาสุดท้ายเกือบจะสมบูรณ์กลายเป็นวัดในระยะเวลา ๖ ปี

ส่วนที่มาของชื่อเขาพรานธูป ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับสำนักสงฆ์นั้น ในอดีตพื้นที่นี้เป็นอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด มีนายพรานมาหาสัตว์ป่าจำนวนมาก เมื่อได้แล้วก็จะบรรทุกเกวียนออกไป แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบเมื่อผ่านช่วงเขาบริเวณนี้ ธูปซึ่งเป็นส่วนประกอบของเกวียน จะต้องหลุดต้องหัก พรานต้องขึ้นไปตัดไม้มาทำธูปเกือบทุกครั้ง บ่อยครั้งเข้าจึงเรียกว่า “เขาพรานธูป” ไม่ได้เกี่ยวกับธูปเทียนที่บูชาพระแต่อย่างใด