โรงพยาบาลทหารผ่านศึก

โรงพยาบาลทหารผ่านศึก (4 สินค้า)

รูปหล่อและเหรียญจำลองพระพุทธอโรคยาเทวราชา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ให้ประชาชนที่มีจิตศรัทธาร่วมเช่าบูชา เพื่อหารายได้สนับสนุนโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ในโครงการ “ร้อยดวงใจ เสียสละเพื่อผู้เสียสละ” ในการจัดซื้อเครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อพัฒนาองค์กร รวมทั้งนำรายได้อีกส่วนหนึ่งไปสนับสนุนกองทุนศิษย์เก่านักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เพื่อพัฒนาผู้เชี่ยวชาญพยาบาลและแพทย์พระมงกุฎเกล้าอย่างยั่งยืน

การจัดสร้างรูปหล่อและเหรียญพระพุทธอโรคยาเทวราชา ได้ทำพิธีเททองเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ ๒๗
เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เวลา ๑๕.๓๐ น. โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหา
สังฆปริณายก ได้เสด็จเป็นองค์ประธานฝ่ายสงฆ์ และพลเอก อำนาจ รอดสวัสดิ์ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์
ทหารผ่านศึก เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ณ มณฑลพิธีโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร
ซึ่งรูปหล่อและเหรียญที่จัดสร้างขึ้น ประกอบด้วย

๑. รูปหล่อเนื้อสัมฤทธิ์ ขนาด ๕ นิ้ว
๒. รูปหล่อเนื้อสัมฤทธิ์ ขนาด ๗ นิ้ว
๓. เหรียญเนื้อทองแดง
๔. เหรียญเนื้อเงิน

โรงพยาบาลทหารผ่านศึก...เป็นสาธารณสถานในการบรรเทา ผู้เจ็บป่วยไข้ ซึ่งผู้เข้ามาบำบัดรักษาส่วนใหญ่แล้วสุขภาพจิตเศร้าหมองด้วยภาวะของโรค และความอ่อนแอของร่างกาย รวมไปถึงญาติโกโหติกาด้วย...จึงควรมี สัญลักษณ์ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจเพื่อให้คลายทุกข์

จาก คติความเชื่อนี้...พลเอกบุญลือ วงษ์ท้าว อดีตผู้อำนวยการ (ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาเจ้ากรมแพทย์ทหารบก) ในขณะนั้น ได้ตระหนักถึงวิถีของการบรรเทาทุกข์และเสริมพลังจิตด้วยการนำเอาพระพุทธมาเป็นเอกปัจจัย จึงได้รวมพลังศรัทธาผู้เลื่อมใส สร้างพระพุทธรูปขึ้นเพื่อประดิษฐาน ณ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก กทม. ...

...โดย รังสรรค์ให้เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องหรือปางโรดพญาชมพูบดี ขนาดเท่าคนจริง มวลสารหล่อด้วยโลหะทองเหลือง อันมาจากพุทธตำนานครั้งพญาชมพูบดีมีความหลงใหลในทรัพย์สมบัติของพระเจ้าพิมพิสาร โดยใช้ฤทธิเดชกดขี่ข่มเหงเพื่อแย่งชิง


...พระเจ้าพิมพิสารจึงหนีไปพึ่งพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงเนรมิตองค์เป็นพระเจ้าราชาธิราชและให้ผืนป่าเป็นนครที่สวยงาม พญาชมพูบดีเห็นเข้าอยากได้จึงคิดแย่งแต่ก็รบสู้ไม่ได้ พระพุทธเจ้าจึงบรรดาลให้ทุกอย่างคืนสภาพเดิม แล้วทรงแสดงธรรมกระทั่งพญาชมพูบดีเห็นแจ้ง...ขออุปสมบท...
โรงพยาบาลทหารผ่านศึก...เป็นสาธารณสถานในการบรรเทา ผู้เจ็บป่วยไข้ ซึ่งผู้เข้ามาบำบัดรักษาส่วนใหญ่แล้วสุขภาพจิตเศร้าหมองด้วยภาวะของโรค และความอ่อนแอของร่างกาย รวมไปถึงญาติโกโหติกาด้วย...จึงควรมี สัญลักษณ์ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจเพื่อให้คลายทุกข์

จาก คติความเชื่อนี้...พลเอกบุญลือ วงษ์ท้าว อดีตผู้อำนวยการ (ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาเจ้ากรมแพทย์ทหารบก) ในขณะนั้น ได้ตระหนักถึงวิถีของการบรรเทาทุกข์และเสริมพลังจิตด้วยการนำเอาพระพุทธมาเป็นเอกปัจจัย จึงได้รวมพลังศรัทธาผู้เลื่อมใส สร้างพระพุทธรูปขึ้นเพื่อประดิษฐาน ณ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก กทม. ...

วัดวังพิกุลวราราม...เชื่อกันว่าเป็นวัดเก่าแก่ซึ่งตามริมแม่น้ำแห่งนี้ได้มีซากวัดร้างตลอดแนวห่างกันประมาณครึ่งถึง 1 กิโลเมตรรายเรียงเป็นระยะ สันนิษฐานจากซากปรักหักพังว่าคงสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้นราวๆปี พ.ศ. 2100 โดยเฉพาะสำรวจจากอิฐกำแพงพระวิหารมีตราครุฑจับนาคอยู่เป็นจำนวนมาก...

เมื่อปี 2431 พระอาจารย์น่วมธุดงค์มาปักกลด ณ พื้นที่แห่งนี้ซึ่งรกร้างจึงได้ชักชวนชาวบ้านมาช่วยกันบูรณะ ปลุกชีวิตวัดแห่งนี้ขึ้นมาใหม่โดยให้ชื่อ ว่าวัดวังพิกุล ตามนามของท้องถิ่นต่อมามีการต่อสร้อยเป็น...วังพิกุลวราราม



พระครูปลัดพานิช ญาณชีโว อายุ 57 ปี เป็นชาวกรงเทพฯโดยกำเนิด เข้าสู่ ร่มกาสาวพัสตร์เมื่อปี 2522 ณ พัทธสีมา วัดโพธินิมิต ตลาดพลู และจำพรรษาอยู่ที่นี่กระทั่งปัจจุบัน ซึ่งบิดาคือพระอธิการสำรวย สุนทรธัมโม ก็อยู่ในเพศบรรพชิตเช่นกัน โดยเป็นเจ้าอาวาสวัดวังพิกุลวราราม

ในปี 2540 วัดวังพิกุลวรารามได้เริ่ม สร้างพระอุโบสถ...พระครูปลัดพานิช จึงได้มาช่วยบิดาผู้เป็นเจ้าอาวาส ต่อมา ถึงปี 2542 พระอธิการสำรวยได้มรณภาพ ลง พระครูปลัดพานิชฯเลยต้องสานงานต่อจนพระอุโบสถแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2545...
ด้วยการสืบสานงาน และภาระต่างๆต่อจากบิดาอย่างมุ่งมั่น เจ้าคณะอำเภอวังทองจึงได้แต่งตั้งให้พระครูปลัดพานิช ญาณชีโว เป็นเจ้าอาวาสวัดวังพิกุลวราราม สืบต่อจากพ่อ ในขณะเดียวกันปัจจุบันก็ยังเป็นพระลูกวัดโพธินิมิตอยู่เช่นเดิม...

พระครูปลัดพานิช...ได้ทำการพัฒนาวัดวังพิกุลวรารามมาอย่างต่อเนื่อง อย่างเป็นรูปธรรมเด่นชัด คือ บูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถานในปริมณฑล และ ก็มิใช่มุ่งในเรื่องโบราณสถานกับโบราณวัตถุ ของใหม่ๆที่จำเป็น...อย่างในช่วง ปัจจุบันก็อยู่ระหว่างกำลังสร้างศาลาสวดศพ

...เมื่อได้ “พระพุทธเทวราชราชาทรัพย์” ซึ่งถือว่ามีพลังเข้มขลังในพุทธคุณมาประดิษฐานที่วัด จึง ถือเป็นโอกาสอันดี เลยนำมา ย่อส่วนทำเป็นพระบูชา หน้าตักขนาดต่างๆและ เหรียญที่ระลึก ขึ้น...

เป็นปัจจัยสมนาคุณแก่ผู้มีกุศลจิตร่วมกิจสร้างศาสนสถาน...ในรูปแบบ วัตถุอนุโมทนา!!