พระกริ่งปวเรศ วัดบวรนิเวศ

พระกริ่งปวเรศ วัดบวรนิเวศ (10 สินค้า)

จำนวนสินค้าต่อหน้า  30 60 90
จำนวนสินค้าต่อหน้า  30 60 90
พระกริ่งปวเรศ
สุดยอดของพระกริ่งในประเทศไทย สร้างโดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ วัดบวรนิเวศวิหาร ตามตำราการสร้างพระกริ่งที่ได้รับตกทอดมาจากสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว



พระกริ่งปวเรศ เป็นพระเนื้อสัมฤทธิ์ เนื้อขององค์พระจะออกสีจำปา คือ ค่อนข้างอมทองแดง สนิมที่ปรากฏตามผิวจะออกสีน้ำตาลอมดำ ใช้โลหะเป็นมวลสารทั้งหมด 9 ชนิด เรียกว่า “นวโลหะ” คือ ทองคำ เงิน ทองแดง สังกะสี ปรอท บริสุทธิ์ เหล็กละลายตัว เจ้าน้ำเงิน และชิน ตามตำราการสร้างแต่โบราณ นอกจากนี้ ท่านเจ้าประคุณฯ ทรงนำเนื้อฐานของพระพุทธชินสีห์ ที่จำลองมาจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก เพื่อประดิษฐานที่วัดบวรฯ ซึ่งเก็บไว้ตั้งแต่คราวพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้ทำการบูรณะฐานใหม่เมื่อปี พ.ศ.2409 เข้ามารวมเป็นเนื้อมวลสารด้วย ทรงนำส่วนผสมทั้งหมดมารวมกันแล้วตีเป็นแผ่นบางๆ ลง “ยันต์ 108” กับ “นะปถมัง 14” เมื่อถึงฤกษ์งามยามดีจึงเทหล่อเป็น “พระกริ่งปวเรศ” ใช้กรรมวิธีการเทแบบ “อุดก้น” ด้วยแผ่นทองแดงและกำกับปีสร้างประมาณ พ.ศ.2416 ถึง 2434 การจัดสร้างในครั้งนั้นเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ และเหล่าเชื้อพระวงศ์โดยเฉพาะ จำนวนการสร้างจึงน้อยมาก น่าจะไม่เกิน 30 องค์

พระกริ่งปวเรศ สร้างโดยถอดรูปแบบและแนวทางการสร้างมาจาก “พระกริ่งใหญ่” ซึ่งเป็นพระกริ่งนอก เนื้อเป็นเนื้อสัมฤทธิ์ และขนาดขององค์พระพอๆ กัน พระพุทธปฏิมากรรมก็เหมือนกัน และเป็นพระที่ถอดพิมพ์จากแม่พิมพ์เดียวกันทุกองค์เช่นเดียวกัน ดังนั้นตำหนิแม่พิมพ์ของพระกริ่งปวเรศ จึงเหมือนกันทุกองค์



แต่พุทธศิลปะของ “พระกริ่งปวเรศ” จะแตกต่างกับ “พระกริ่งใหญ่” โดยสิ้นเชิง สันนิษฐานได้ว่าท่านเจ้าประคุณฯ เพียงอาศัยเค้าโครงของพระกริ่งใหญ่เท่านั้น แต่ปั้นพิมพ์ขึ้นมาใหม่จากจินตนาการอันทรงพระปรีชาชาญของท่านเจ้าประคุณฯ พุทธศิลปะของ “พระกริ่งปวเรศ” เป็นพระกริ่งที่แสดงออกในด้านศิลปะแบบไทยบริสุทธิ์ เป็นลักษณะของศิลปะแบบอู่ทองสุวรรณภูมิหรืออู่ทองตอนต้นโดยแท้ แม้จะเป็นพระกริ่งขนาดเล็ก ก็สามารถถ่ายทอดถึงอารมณ์อันเคร่งขรึมและสงบราวกับสิ่งมีชีวิต

พุทธคุณอันล้ำเลิศของพระกริ่งปวเรศ จะเป็นที่กล่าวขานกันมากในด้านการรักษาโรค เพราะคำว่า “พระไภษัชคุรุ” นั้นแปลว่าผู้เป็นเลิศทางรักษาโรค มีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระวนรัต (แดง) อาพาธเป็นโรคอหิวาต์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์เสด็จไปเยี่ยม และทรงนำพระกริ่งปวเรศ มาทำน้ำพระพุทธมนต์ให้ฉัน ปรากฏว่าสมเด็จพระวนรัตมีอาการดีขึ้นๆ และหายเป็นปกติในที่สุด

อาจด้วยมูลเหตุนี้เอง ทำให้ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชแพ แห่งวัดสุทัศนเทพวราราม ซึ่งประทับอยู่ในเหตุการณ์ด้วยเกิดความสนพระทัย ต่อเมื่อได้รับ “ตำราการสร้างพระกริ่ง” สืบทอดมาจาก “ท่านเจ้ามา” วัดสามปลื้ม จึงเริ่มสร้างพระกริ่งขึ้นมากมาย พระกริ่งที่สร้างจากท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชแพและวัดสุทัศนเทพวรารามกลายเป็นพระเครื่องที่มีชื่อเสียงเป็นที่เคารพบูชาและได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่พุทธศาสนิกชนและผู้นิยมสะสมพระเครื่องทั่วไป