พระพุทโธคลัง คลังจักรพรรดิ

พระพุทโธคลัง คลังจักรพรรดิ (20 สินค้า)

จำนวนสินค้าต่อหน้า  30 60 90
จำนวนสินค้าต่อหน้า  30 60 90
พระพุทโธคลัง มหาสมบัติ ปี2499
คุณแม่บุญเรือนได้อารธนา ให้บังเกิดขึ้นมีในโลกมนุษย์
พระพุทโธ รโหฐานใครได้ไว้ประจำบ้าน รวยใหญ่
ทั้งข้าวก็เหลือ ทั้งเกลือก็อิ่มเจ้าของมั่งคั่ง นั่งยิ้มกริ่ม หัวใจเอิบอิ่ม สบาย

คุณแม่บุญเรือนได้อธิษฐานไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พบพระสงฆ์ชั้นพรหม ๖๐ องค์ มาสวดมนต์ที่ลานพระมหาเจดีย์จุฬามณี เทวดาบอกแก่คุณแม่บุญเรือนว่า พระท่านว่า มาสวดมนต์ที่พระพุทโธคลังจะมาบังเกิดในโลกมนุษย์แล้ว จะมาช่วยมนุษย์ทั้งหลายไม่ให้อดอยากและหิวโหย จะได้เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี ช่วยค้ำชูพระพุทธศาสนาและพระมหากษัตริย์ต่อไป ซึ่งก็หมายความว่า การอุบัติของพระพุทโธคลังนั้น ทาง "เบื้องบน" ได้กำหนดและเตรียมการให้มีการสร้างไว้ล่วงหน้าแล้ว พิธีสวดมนต์มีตั้งแต่วันศุกร์ของโลกมนุษย์ สวดมนต์จบเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ตรงกับวันแรม ๑๒ ค่ำเดือน ๙ ปีจอ

จากคำบอกเล่าของคุณป้านพรัตน์ ผานิบุศย์ ศิษย์รับใช้ใกล้ชิดคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติมซึ่งยังมีชีวิตอยู่ถึงปัจจุบัน และได้เคยอยู่ในเหตุการณ์ตอนที่คุณแม่บุญเรือนสร้างและอธิษฐานพระพุทโธคลัง ได้เล่าว่า

พระพุทโธคลังนี้ ไม่ได้เททองที่วัดไหนหรอก แต่เททองที่บ้านลูกศิษย์ท่าน ชื่อสุจิตรา ซึ่งเป็นเจ้าของโรงหล่อพระที่บ้านช่างหล่อ กรุงเทพเรานี่แหละ ส่วนการอธิษฐานจิตสมโภชพระพุทโธคลัง ก็ทำที่บ้านพระโขนง แล้วค่อยอัญเชิญไปประดิษฐานที่ยอดโบสถ์ วัดสารนารถอีกทีหนึ่ง

พุทธลักษณะพระพุทโธคลัง เป็นพระพุทธรูปหล่อประทับนั่งปางสมาธิ หน้าตักประมาณ ๗ นิ้ว พุทธลักษณะคล้ายพระพุทธรูปเชียงแสน แบบสิงห์ ๓ ฐานบัวคว่ำบัวหงาย มีเกษรบัวประดับโดยรอบ รองรับด้วยฐานเขียงหกเหลี่ยม ล่างสุดมีอักษรจารึกกำกับไว้ด้วย
พระพุทโธคลังนี้ เมื่อคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม ได้อธิษฐานจิตแล้ว ได้ถวายวัดสารนาถธรรมาราม เพื่ออัญเชิญขึ้นประดิษฐานไว้บนยอดมหาอุโบสถในพระบรมธาตุเจดีย์ โดยผินพระพักตร์ออกสู่ทะเล

คุณแม่บุญเรือนได้กล่าวไว้ในครั้งนั้นว่า พระพุทโธคลังนี้อธิษฐานไว้สำหรับเรียกเงินทองเข้าประเทศ
พระเนตรเป็นมุกไฟ ดวงพระเนตรเป็นนิลกาล พระเกตุบัวตูม ถอดได้

ขออำนาจของพระรัตนตรัยจงเป็นที่พึ่ง ขออัญเชิญบารมีอันสูงยิ่งของคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม
จง สถิตสถาพรอยู่กับท่านทั้งหลาย แม้ประสงค์สิ่งใดจงสมประสงค์ทุกประการ และถึงพร้อมด้วยธรรมสี่ประการคือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ทุกท่าน เทอญ ฯ