เปิดปฐมบท ยักษ์วัดแจ้ง พญายักษ์ศักดิ์สิทธิ์คู่แรกของสยามประเทศ

เปิดปฐมบท ยักษ์วัดแจ้ง พญายักษ์ศักดิ์สิทธิ์คู่แรกของสยามประเทศ (3 สินค้า)

แสดง  30 60 90
แสดง  30 60 90

มงคลวัตถุมงคลที่ระลึกสมโภชพระปรางค์ 2561 ท้าวมหาราช ผู้ปกปักรักษาวัดอรุณฯ พิธีบวงสรวงเทวาภิเษกวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ณ วัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ กทม. ที่ผ่านมา

วัดอรุณฯมี ท้าวมหาราชผู้ปกปักรักษาวัดอรุณราชวราราม คือ ท้าวมหาราชด้านเหนือกายสีขาว มีชื่อว่า “สหัสเดชะ” ส่วนท้าวมหาราช ด้านใต้กายสีเขียว มีชื่อว่า “ทศกัณฐ์” ยืนเฝ้าที่ประตูซุ้มยอดมงกุฎ

สำหรับ “ท้าวมหาราช” มีกล่าวถึงทั้งในทางศาสนาและวรรณคดี เป็นความเชื่อของไทย ที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาพุทธ โดยเชื่อว่ายักษ์มีหลายระดับ ขึ้นอยู่กับบุญบารมี

ท้าวมหาราช ชั้นสูง จะมีวิมานเป็นทอง มีรูปร่างสวยงาม ปกติไม่เห็นเขี้ยว เวลาโกรธจึงจะมีเขี้ยวงอกออกมา ท้าวมหาราชชั้นกลาง ส่วนใหญ่จะเป็นบริวารของ ท้าวมหาราชชั้นสูง ส่วน ท้าวมหาราช ชั้นต่ำ ที่บุญน้อย ก็จะมีรูปร่างน่ากลัว ผมหยิกตัวดำผิวหยาบ นิสัยดุร้าย จะเห็นได้ว่าในวัดวาอารามต่างๆ มักจะมียักษ์มาประกอบเป็นส่วนหนึ่งของวัด หรือโบราณสถาน ไม่ว่าจะเป็น รูปปั้นท้าวมหาราช แบกพระเจดีย์ รูปปั้นท้าวมหาราชแบกองค์พระปรางค์ เป็นต้น

ซึ่งตามตำนานเล่าว่า พระพุทธเจ้าได้เทศน์สั่งสอนท้าวมหาราชให้ลดทิฐิมานะ ท้าวมหาราชที่ได้ฟังและเข้าใจในพระธรรม จึงได้กลายมาเป็นผู้อุปถัมภ์ค้ำชูพระพุทธศาสนา หรืออีกนัยหนึ่งหมายถึง ผู้แบกสรวงสวรรค์ และทำหน้าที่เป็นผู้ปกป้องคุ้มครองสถูปสถาน และอาคารศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นการค้ำชูพระพุทธศาสนา ให้มั่นคงและเจริญรุ่งเรืองสืบต่อมา

ในตำนานได้บันทึกไว้ว่า ท่านท้าวมหาราช หมายถึง จอมเทพ (ราชราช) จอมคน (นรราช) ผู้คุ้มครองปกป้องโลก (โลกบาล) ผู้มียศใหญ่ (ยสัสสิโน) ผู้เป็นใหญ่แห่งยักษ์ (ยักษราช) ผู้มีทรัพย์มาก (ธนบดี,ธเนศวร) สถิตอยู่ ณ สวรรค์ชั้นจาตุมมหาราช บนยอดเขายุคนธร เป็นใหญ่ในทิศทั้งสี่ คือ

1.ท่านท้าวมหาราชธตรฐ เป็นจอมคนธรรพ์ จอมภูต มีคนธรรพ์ภูตผีปีศาจเป็นบริวาร สถิตเป็นอธิบดีประจำทิศบูรพา ทิศตะวันออก

2.ท่านท้าวมหาราชวิรุฬหก เป็นจอมเทวดา จอมกุมภัณฑ์ มีเทวดาและกุมภัณฑ์เป็นบริวาร สถิตเป็นอธิบดีประจำทิศทักษิณ ทิศใต้

3.ท่านท้าวมหาราชวิรูปักษ์ เป็นจอมนาค จอมครุฑ (มังกรหรือจระเข้) มีนาคครุฑ

มังกรจระเข้งูเป็นบริวาร สถิตเป็นอธิบดีประจำทิศปัจฉิม ทิศตะวันตก

4.ท่านท้าวมหาราชกุเวรเวสสุวรรณ เป็นจอมอสูร จอมยักษ์ (สหัสสเตชะ ทศกัณฑ์)

มีอสูรและยักษ์เป็นบริวาร สถิตเป็นอธิบดีประจำทิศอุดร ทิศเหนือ

มหาราชทั้ง 4 ดังกล่าว เป็นจอมเทพ สวรรค์ชั้นจาตุมมหาราช ผู้เป็นอธิบดีแห่งยักษ์ องค์พิทักษ์มนุษยโลก ซึ่งคนส่วนมากเข้าใจว่า ท่านเป็นยักษ์ มีอิทธิฤทธิ์ มีเดช มีอำนาจ มีกำลังมาก จึงนิยมสร้าง และอัญเชิญมาประดิษฐาน ถวายการอารักขา วัดวาอาราม เพื่อพิทักษ์พระพุทธศาสนา อารักขาทรัพย์สมบัติ ป้องกันภยันอันตราย ปรากฏมหัศจรรย์ ตามวัดสำคัญ ในพระพุทธศาสนา เฉกเช่น ท้าวมหาราช วัดอรุณฯ เป็นต้น

และที่สำคัญวัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกอุ ชนิดราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวงประจำรัชกาลที่ 2 อันเป็นที่ตั้งแห่งปูชนียสถานสำคัญดุจเพชรน้ำหนึ่งของชาติไทย จะยั่งยืนมั่งคงและจำเริญรุ่งเรืองคู่เมืองสวรรค์มหานคร นิรันดรตลอดไป ชาวต่างชาติทั่วโลก เมื่อได้เห็นภาพพระปรางค์ วัดอรุณ ฯ เข้าใจทันทีว่า นี่คือ สัญลักษณ์ของประเทศไทย

โดยมี ท้าวมหาราช ทั้ง 2 องค์ เป็นผู้ถวายอารักขาหลวงพ่อพระประธาน อีกทั้งพระปรางค์ปูชนียสถาน กับทั้งบริวารศาสนสถานวัตถุทรงคุณค่าราคาประมาณไม่ได้ องค์อภิบาล ก็คือ ยักษ์ที่ทุกคนรู้จัก ยืนอยู่ที่หน้าประตูซุ้มยอดมงกุฎ มี 2 องค์ หัตถ์ทั้งสองกุมกระบองยืนอยู่บนแท่น ที่ยืนด้านทิศเหนือ องค์ขาว มีนามว่า สหัสเดชะ

ด้านทิศใต้ องค์เขียว นามว่า ทศกัณฐ์ ล้วนมีความสำคัญคู่พระอาราม ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 งดงามอลังการปาฏิหาริย์ ศักดิ์สิทธิ์ ดุจ จอมเทพ จอมคน ผู้พิทักษ์อารักขา พระพุทธศาสนา สมควรยกย่องเคารพบูชา เพราะว่า ยักษ์นี้มีมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ในมหาสมัยสูตร และอาฏานาฏิยปริตร (ภาณยักษ์) กล่าวถึง ท้าวมหาราช ชื่อ ธตรฐ จอมคนธรรพ์ จอมเทวดา มีพระวรกายสีเขียว ซึ่งเป็นสีของพระอินทร์ พระอินทร์อยู่ชม (ทิศบูรพา) พระยมอยู่คุ้น (ทิศทักษิณ) พระวรุณอยู่เจน (ทิศปัจฉิม) พระกุเวรอยู่เฝ้า (ทิศอุดร) บางครั้ง พระอินทร์ มีหน้าที่เป็นโลกบาลประจำทิศบูรพา

พระยม มีหน้าที่เป็นโลกบาลประจำทิศทักษิณมีหน้าที่เป็นตุลาการของเปตชน และวินิจฉัยชั่งความดี (บุญ) ความชั่ว (บาป) ของผู้ที่ล่วงลับไป ถ้าความดีมีมากก็ส่งไปสวรรค์ ถ้าชั่วมากก็ส่งไปนรก พระวรุณ มีหน้าที่เป็นโลกบาลประจำทิศปัจจิม เป็นเทพเจ้าแห่งทะเลและอากาศ เป็นผู้สร้างและบำรุงเทวโลกทั้งมนุษยโลก

พระกุเวร มีหน้าที่เป็นโลกบาลประจำทิศอุดร เป็นพี่น้องกับทศกัณฐ์ เป็นจอมยักษ์ ท้าวไพรพณ์มหาราช มียักษ์เป็นบริวาร เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ

ท้าวมหาราช ที่มีนามว่า สหัสสเตชะ มีเดช มีอำนาจเป็นพัน ซึ่งพระอินทร์ ได้ชื่อว่า สหัสสเนตโต เทวินโท ทิพพจักขุง วิโสธยิ ฯ ท้าวสหัสเนตร มีดวงตาเป็นพัน มีตาทิพย์ ทิพยเนตร

โลกปาลา ผู้คุ้มครองโลก ทรงธรรม 2 ประการคือ หิริ ละอายชั่ว โอตตัปปะ เกรงกลัวบาป หรือเรียกว่า เทวธรรม ธรรมะสำหรับเทวดา เป็นพุทธมามกะ เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าทุกวันพระใหญ่ 14 ค่ำ และ 15 ค่ำ แต่งคาถามหาราชปริตร (อาฏานาฏิยะปริตร) ถวายพระพุทธเจ้า สำหรับให้สาวก สวดป้องกันอันตราย และอุบัติหตุเภทภัยต่าง ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนและทรัพย์บริวาร

ท้าวมหาราชทั้ง 4 และยักษ์ได้เป็นผู้กล่าวนมัสการพระพุทธเจ้า คือ คำว่า นโม (สาตาคีรียักษ์ กล่าวคนแรก) คำว่า ตัสสะ (อสุรินทราหู กล่าวคนแรก) คำว่า ภควโต (ท้าวจาตุมมหาราช กล่าวครั้งแรก)

ท้าวสหัสสเตชะมหาราช องค์ขาว และท้าวทศกัณฐ์มหาราช องค์เขียว เป็นมหาราชผู้มียศใหญ่ มีทรัพย์มาก มีกำลังมาก มีบริวารมาก คุ้มครองโลก (โลกมนุษย์ โลกสวรรค์ ยมโลก) สถิตศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย์ ประดิษฐาน หน้าพระอุโบสถ วัดอรุณราชวราราม น่าเกรงขาม งดงาม อลังการ ตลอดกาล ชั่วกัลป์นิรันดร ผู้ที่มีสัจจะ มีศีล อดทน และเมตตา มีองค์ท่านท้าวมหาราช ทั้งสอง ไว้สักการะบูชา เพื่อป้องกันภัยพิบัติ เพื่อประทานสมบัติสมปรารถนาทุกประการเพื่อขจัดสรรพทุกข์ สรรพภัย และสรรพโรค ให้ห่างไกลทุกวันตลอดปีตลอดไป

และสำหรับ มงคลวัตถุมงคลที่ระลึกสมโภชพระปรางค์ 2561 ท้าวมหาราช ผู้ปกปักรักษาวัดอรุณฯ มีลักษณะเป็นรูปหล่อลอยองค์ พิมพ์ทรง ท้าวมหาราชไทยวรกายใหญ่ เขี้ยวแหลมโง้ง วรกายมีมิติขนาดใหญ่ มือทั้งสองกุมไม้กระบองสีขาวเป็นอาวุธ ยืนอยู่บนแท่น องค์มี กายสีขาว มีชื่อว่า “สหัสเดชะ” ส่วนกายสีเขียว มีชื่อว่า “ทศกัณฐ์” เคลือบสีเป็นลวดลายและเครื่องแต่งตัวตามแบบพุทธศิลป์ไทย