ภาคอีสาน

ญาท่านเขียว เขี้ยวแก้วประกาศิต

     ญาท่านเขียว ถาวรธัมโม วัดภูน้อย บ้านโนนสำราญ ต.นาหว้า อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ ญาท่านเขียวบรรพชาเป็นสามเณรตอนอายุ ๑๓ ปี กับหลวงปู่หลอด ปโมทิโต ในวันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๘ ณ วัดศรีสว่าง อ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี (ปัจจุบันเป็น อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู) บรรพชาได้หนึ่งพรรษา ได้จาริกออกธุดงค์ร่วมกับเพื่อนสามเณรที่อยู่อำเภอโนนสัง โดยไปด้วยกันสองรูป ธุดงค์แรมรอน ไปตามป่าเขาลำเนาไพรตามจังหวัดและอำเภอต่างๆของภาคอีสาน โดยไม่กลัวเกรงต่อภัยอันตรายที่จะเข้ามาล้วงล้ำกล้ำกลายแต่อย่างใด ท่านได้เดินทางไปกราบนมัสการและได้รับฟังธรรมเทศนาจากพ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี และหลวงปู่สิม พุทธาจาโร เริ่มต้นศึกษาพระเวทและวิทยาคมต่างๆ

     ด้วยความที่เป็นผู้มีนิสัยชอบศึกษาวิชาอาคมมาตั้งแต่ยังเด็ก ท่านได้มีโอกาสศึกษาตำราพระเวทของพระราชครูพราหมณ์วามเทพมุนี และของท่านอาจารย์อุระคิน วิริยะบูรณะ ในขณะที่ท่านเดินธุดงค์เข้าไปในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด ได้พบกับหลวงพ่ออยู่ สมกิตโต ลูกศิษย์พระครูวิโรจน์รัตโนบล(หลวงปู่รอด วัดทุ่งศรีเมือง จ.อุบลราชธานี) หลวงพ่ออยู่ สมกิตโต ท่านเป็นคนบ้านดงบ้านนา อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ท่านได้ถ่ายทอดวิชาสายหลวงปู่สำเร็จลุน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดจากหลวงปู่รอด วัดทุ่งศรีเมืองให้ สามเณรเขียวอย่างไม่ปิดบังหลังจากเล่าเรียนวิชากับหลวงพ่ออยู่ สมกิตโตแล้วจึงได้กราบลาท่านออกธุดงค์ทางภาคเหนือต่อไป (บวชกับหลวงปู่หลอด ปโมทิโต)      

     เมื่อท่านอายุครบ ๒๐ ปี ได้เดินทางกลับมากราบพ่อแม่ครูอาจารย์หลวงปู่หลอด ปโมทิโตอีกครั้ง และขอญัตติอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ในวันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๕ เวลา ๐๙.๐๙น. ณ พัทธสีมาวัดสิริกมลาวาส(วัดใหม่เสนานิคม) เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร โดยมีหลวงปู่หลอด ปโมทิโต(พระครูปราโมทย์ธรรมธาดา)เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์อ่อนศรี ธัมมโชโต เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์สิทธิพงษ์ สิทธิวังโส เป็นพระ อนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาทางธรรมว่า “ถาวรธัมโม” แปลว่า ผู้มีธรรมอันตั้งมั่น ญาท่านเขียว ถาวรธัมโม ได้อยู่ปฏิบัติธรรมกรรมฐานกับหลวงปู่หลอด ปโมทิโต และได้อุปฐากท่านเป็นระยะเวลา ๕ ปี ในช่วงที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดใหม่เสนานิคมนี้ ได้มีโอกาส      

     เดินทางไปเรียนวิชา กับคุณพ่อสาย แก้วสว่าง ไวยาวัจกรณ์วัดระหารไร่(ซึ่งคุณพ่อสาย ได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่)คุณพ่อสายได้ถ่ายทอดวิชาทั้งหมดที่ได้ ร่ำเรียน มาให้แก่ ญาท่านเขียวโดยไม่ปิดบังแต่อย่างใด ด้วยญาท่านเขียวท่านเป็นพระภิกษุที่มีจริยวัตรงดงาม อ่อนน้อมถ่อมตนต่อครูบาอาจารย์ พ่อสายจึงเอ็นดูและรักท่านเหมือนลูก และได้มอบ พระบูชาหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ (ขนาดเท่าองค์จริง) ก้านชนวนพระกริ่ง ผงพรายกุมาร พระขุนแผนพรายกุมารของหลวงปู่ทิม จำนวนหนึ่งบาตรพระ และมอบสีผึ้งเขียว หลวพ่อทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง 1 ตลับใหญ่ ให้กับญาท่านเขียวอีกด้วย นับได้ว่าสิ่งที่พ่อสายมอบให้กับญาท่านเขียว มานี้เป็นสิ่งที่มีค่าทางจิตใจอย่างมาก และมีมูลค่าสูงในทางโลกเป็น ที่เสาะแสวงหากันท่านก็ได้นำเอาวัตถุมงคลต่างๆที่ได้รับมอบมา ผสมเป็นมวลสารที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในการจัดสร้างวัตถุมงคลของญาท่านเขียวเอง

หลวงปู่อ่อง

ประวัติหลวงปู่อ่อง


               พระครูสถิตธรรมมงคล (หลวงปู่อ่อง ฐิตธัมโม) เป็นชาวบ้านสะพือโดยกำเนิด เป็นหลานพระกรรมฐานแพง จันทสาโร หลวงปู่อ่อง ฐิตธัมโม เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2471 โยมพ่อชื่อ พ่อคูณ โยมแม่ชื่อ แม่กอง ในสกุล อัจฉฤกษ์ มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน 9 คน เด็กชายอ่อง อัจฉฤกษ์ ไม่สนใจเรื่องโลกทั้งปวง ศรัทธาเลื่อมใสในศีลาจารวัตรพระกรรมฐานแพง เรียนรู้ธรรมะตั้งแต่ยังเล็ก ครั้นอายุได้ 6 ขวบก็ขออนุญาตโยมพ่อ โยมแม่ เข้าเป็นศิษย์วัด อายุ 12 ปี บวชเป็นสามเณร โดยท่านพระครูพิศาลสังฆกิจ (หลวงปู่โทน กันตสีโล) เป็นผู้บวชให้ ต่อมาอายุครบ 20 ปี พ.ศ. 2491 ก็อุปสมบทเป็นพระโดยมีท่านพระครูพิริยกิจปัญญา “หลวงปู่ฤทธิ์ วัดสระกุศกร” เป็นพระอุปฒาย์ ได้นามว่า พระอ่อง ฐิตธัมโม

               หลวงปู่อ่อง ฐิตธัมโม เริ่มออกธุดงค์ตั้งแต่เป็นสามเณร 3-4 ปีจะกลับมาครั้งหนึ่ง หลังจากพระกรรมฐานแพง มรณภาพเมื่อปี พ.ศ. 2509 เมื่อทำพิธีเกี่ยวกับเรื่องศพของพระกรรมฐานแพงเรียบร้อยแล้ว หลวงปู่อ่อง ก็ออกจากวัดเทพสิงหาญเพื่อธุดงค์ตลอดมา

              วัดสิงหาญ เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง มีหลักฐานที่สามารถประมาณได้ว่าเคยมีพระท่านใดเป็นเจ้าอาวาสบ้าง ก็อาศัยหลักฐานอัฐิที่มีรายชื่อจารึกอยู่รอบพระเจดีย์ ดังนี้ ญาถ่านพู เป็นเจ้าอาวาส พ.ศ. 2350 – 2360 หลวงปู่อตมะ เป็นเจ้าอาวาส พ.ศ. 2365 – 2395 เจ้าปู่สมเด็จตัน เป็นเจ้าอาวาส พ.ศ. 2480 – 2494 หลวงปู่แพง พระกรรมฐานแพง เป็นเจ้าอาวาส พ.ศ. 24.. – 2509 มีหลายช่วงที่ขาดรายนามเจ้าอาวาส ในระหว่างนั้น มีพระครูพิศาลสังฆกิจ “หลวงปู่โทน กันตสีโล” ก็เป็นเจ้าอาวาสอยู่หลายปี สำหรับท่านพระครูสถิตธรรมมงคล “หลวงปู่อ่อง ฐิตธัมโม” เป็นเจ้าอาวาส มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 จนถึงปัจจุบัน

              พระครูสถิตธรรมมงคล “หลวงปู่อ่อง ฐิตธัมโม” ไม่ได้แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ใดๆ แต่เมื่อปี สองปีนี้ ในขณะทีหลวงปู่อ่อง นั่งรับแขกญาติโยมอยู่ที่วัดเทพสิงหาญ แต่ร่างหนึ่งนั่งสวดอภิธรรมศพอยู่ที่วัดทุ่งศรี เป็น 1 ใน 4 วัด ของบ้านสะพือ อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เสกมวลสารวัตถุในถ้ำภูมะโรง ประเทศลาว เป็นแร่เหล็กไหลกายสิทธิ์ และขณะนั่งประกอบพิธีที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.พิบูลมังสาหาร ทั่วร่างกายเป็นประกายหลากสีเปล่งปลั่งอย่างน่าอัศจรรย์  แม้จะเป็นหนึ่งเดียวในสายพระอาจารย์ใหญ่ เจ้าปู่สมเด็จลุน ผู้มากด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ แต่ไม่เคยแสดงฤทธิ์เดชให้ใครเห็น ยกเว้นสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นเองในคราวจำเป็น หรือมีใครทดลอง เพราะได้รับคำแนะนำจากพระกรรมฐานแพง จันทสาโร ศิษย์ผู้ใกล้ชิดเจ้าปู่สมเด็จลุนที่จำได้ทุกตัวอักษร ว่า “หากไม่มีเหตุจำเป็นอย่าแสดงแผงฤทธิ์เดชใดๆ”
จำนวนสินค้าต่อหน้า   10 20 30