ภาคเหนือ

วัดหนองดง พิจิตร

วัดหนองดง ต.ท่าเสา อ.โพทะเล จ.พิจิตร เป็นวัดโบราณอายุหลายร้อยปี สันนิษฐานว่าสร้างแต่สมัยสุโขทัยหรืออยุธยาตอนต้น ในอดีตมีหลวงพ่อเทียน พระเถราจารย์ ขมังเวทเป็นเจ้าอาวาส ท่านคือสหธรรมิกรูปสำคัญของ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ในฐานะศิษย์ในสายหลวงพ่อโพธิ์ วัดวังหมาเน่า ด้วยกัน หลวงพ่อเงินมักนั่งเรือแวะมาพักแรมสนทนาธรรมกับหลวงพ่อเทียนบ่อยครั้ง บางคราวนานถึง ๗ วัน ๗ คืน



นอกเหนือจากความเป็นมาที่น่าสนใจแล้ว ในวัดหนองดงยังมีโบราณสถาน โบราณวัตถุที่น่าสนใจ น่าแวะเวียนไปกราบไหว้สักการะ เช่น พระพุทธรูปเก่าแก่ พระอุโบสถเก่า หอระฆังเก่า พระพุทธบาทจำลองแกะจากหินทรายสมัยเก่า รวมทั้งมีการพบเจอพระเครื่องหลายพิมพ์ เนื้อดินผสมผงพุทธคุณ พิมพ์พระเจ้า ๕ พระองค์ พระสมเด็จพิมพ์เข่าตุ่ม พระสมเด็จพิมพ์ข้างอุ พระพิมพ์ลีลา พระพิมพ์กลีบบัวใหญ่ พระพิมพ์กลีบบัวเล็ก ของหลวงพ่อเงินถูกเก็บไว้จำนวนหนึ่ง

ปัจจุบันมี พระครูพิสุทธิวรากร หรือ พระอาจารย์วิทยา ผู้สืบสานพุทธาคมในสาย หลวงพ่อหวั่น กุสลจิตโต เกจิชื่อดังพิจิตร รองเจ้าคณะอำเภอโพทะเลและเจ้าอาวาสวัดหนองดง ท่านมุ่งมั่นทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ก่อสร้าง บูรณะซ่อมแซมเสนาสนะ โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ ให้วัดเจริญรุ่งเรือง

หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ แห่งวัดบางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร เทพเจ้าแห่งแดนชาละวัน และพระครูนิวาสธรรมขันธ์ (หลวงพ่อเดิม พุทธสโร) วัดหนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ สมญาเทพเจ้าเมืองสี่แคว มารวมความศักสิทธิ์ของอดีตสุดยอดพระเกจิคณาจารย์ 2 รูป ที่ได้รับการยกย่องนับถือทั่วประเทศ วัตถุมงคลของท่านล้วนเป็นที่เสาะหาของผู้ศรัทธา ด้วยอานุภาพแห่งความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เลื่องลือระบือไปทั่ว  ของแท้ดั้งเดิมหายาก และมีราคาแพงมากแต่ในวันนี้ผู้ศรัทธาสามารถครอบครองสุดยอดวัตถุมงคลของอดีตพระเกจิดัง 2 รูปได้ในคราวเดียวกัน นับเป็นนิมิตหมายอันดียิ่ง โดย พลตำรวจตรีดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ มีแนวคิดว่าจะสร้างอาคารสถานที่พักของกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีที่ทำงานถาวรและเป็นสัดส่วนมากนัก จึงขอความอนุเคราะห์ไปยัง พระครูพิสุทธิวรากร หรือ พระอาจารย์วิทยา รองเจ้าคณะอำเภอโพทะเล จ.พิจิตร และรักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลาน ให้ช่วยเป็นแม่งานจัดสร้างวัตถุมงคล 2 อดีตพระเกจิชื่อดังทั้ง 2 แผ่นดิน นั่นคือ รูปหล่อลอยองค์ท่านพระครูนิวาสธรรมขันธ์ (หลวงพ่อเดิม พุทธสโร) วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์ และ หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ วัดบางคลาน จ.พิจิตร ชื่อรุ่น “เพ็ชรดำรงธรรม” วัตถุประสงค์การจัดสร้างในครั้งนี้ 1. เพื่อนำรายได้สมทบทุนก่อสร้างอาคารที่ทำการกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ 2. เพื่อนำรายได้สมทบทุนบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะวัดหนองดง อ.โพทะเล จ.พิจิตร 
     ทั้งหมดประกอบพิธีพุทธาภิเษกในวันศุกร์ที่ 22 ก.ย. 2560 ณ อุโบสถวัดหนองปลิง ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ โดยพระเกจิดังแห่งยุค พระเทพปริยัติเมธี วัดนครสวรรค์ พระราชสิทธิเวที วัดท่าหลวง หลวงพ่อหวั่น วัดคลองคูณ หลวงพ่อพิมพ์ วัดพฤษวัน หลวงพ่อพยนต์ วัดหร่ายหนองหมี หลวงพ่อสมศักดิ์ วัดศรีอุทุมพร พระครูอาคมสิทธิสุนทร (วิชัย ปัญญาทีโป) พระครูปลัดสมภูมิ วัดพิชยญาติการาม พระมหาสุรศักดิ์ วัดประดู่พระอารามหลวง หลวงพ่อนพวรรณ วัดเสนานิมิต หลวงพ่อชำนาญ วัดชินวราราม หลวงพ่อรักษ์ วัดสุทธาวาสวิปัสสนา หลวงพ่อฟู วัดบางสมัคร หลวงพ่อหม้อ วัดหนองปลิง พระมหาประเสริฐ วัดทับกฤชกลาง เป็นต้น... 

วัดเวียงมนมงคลพนาราม เชียงราย

หลวงพ่อโตทันใจ หลายคนอาจเคยคิดว่าที่เราเรียก “หลวงพ่อทันใจ” เป็นเพราะอธิษฐานอะไรก็สำเร็จสมประสงค์ได้ทันใจทันท่วงที แต่ความจริง ที่เราเรียกกันว่าหลวงพ่อทันใจนั้น แต่เดิมเป็นเรื่องของความทันใจในการสร้างและปลุกเสก โดยในสมัยโบราณ เมื่อมีการสร้างพระ ในวัดสำคัญทางภาคเหนือ นิยมสร้างพระพุทธรูปที่เรียกว่า “พระเจ้าทันใจ” ซึ่งหมายถึง พระพุทธรูปที่ใช้เวลาสร้างได้สำเร็จภายใน 1 วัน คือจะเริ่มพิธีตั้งแต่หลังหกทุ่มเป็นต้นไป จนสามารถสร้างองค์พระได้สำเร็จก่อนพระอาทิตย์ตกดิน (ก่อนเวลา 18.00 น.) ของวันถัดไป ถ้าสร้างไม่เสร็จถือเป็นพระพุทธรูปธรรมดาทั่วไป และสามารถทำพิธีพุทธาภิเษกได้ในเย็นอีกวันหนึ่ง ทั้งนี้เนื่องจากการสร้างพระพุทธรูปนั้น มักจะมีขั้นตอน และพิธีกรรมที่ละเอียดซับซ้อน การสร้างพระพุทธรูป และสามารถทำพิธีพุทธาภิเษกได้สำเร็จภายใน 1 วัน จึงถือว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ จึงเชื่อกันว่าเป็นเพราะพระพุทธานุภาพ และอานุภาพแห่งเทพยดาที่บันดาลให้พิธีกรรมสำเร็จโดยปราศจากอุปสรรค ดังนั้นพุทธศาสนิกชนจึงถือว่าพระเจ้าทันใจเป็นพระพุทธรูปที่จะบันดาลความสำเร็จให้แก่ผู้อธิษฐานขอพรได้อย่างทันอกทันใจ

หลวงปู่ทอง วัดพระธาตุจอมทอง

เหรียญอายุยืน ของพระเดชพระคุณ พระพรหมมงคล (หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล) วัดพระธาตุศรีจอมทอง เชียงใหม่ ซึ่งเมตตาอนุญาตให้ พระพิพัฒนวราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดสุนทรธรรมทาน(วัดแค นางเลิ้ง) กรุงเทพฯ จัดสร้างเหรียญรูปเหมือนท่าน ในมงคลโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคลครบ ๘ รอบ ๙๖ ปี เมื่อ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๒ ซึ่งถือได้ว่าเป็น เหรียญสุดท้าย ที่ หลวงปู่ทอง อนุญาต พร้อมทั้งได้เมตตาอธิษฐานจิต เจิมบล็อกแม่พิมพ์ เหรียญตัวอย่าง และกำหนด วันประกอบพิธีพุทธาภิเษก ในวันเสาร์ที่ ๒๘ ธ.ค.นี้ เวลา ๑๗.๐๙ น. ณ วัดชยาลังการ์ (ป่าป้อง) อ.ดอยสะเก็ด เชียงใหม่ เพื่อสมนาคุณผู้บริจาคทรัพย์ก่อ สร้างกุฏิสงฆ์ และเสนาสนะให้วัดทรายมูล (บ้านป้อง) รัฐฉาน ประเทศพม่า พิธีพุทธาภิเษก“เหรียญอายุยืน” ๙๖ ปี พระพรหมมงคลวิ. (หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล) ๒๘/๑๒/๖๒ เวลา ๑๗.๐๙ น. ณ วิหารพระพุทธชัยสิทธิโชค วัดชยาลังการ์(ป่าป้อง) อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ วันเสาร์ที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๗:๐๙ น. ประธานจุดเทียนชัย พระเดชพระคุณ พระธรรมเสนาบดี รองเจ้าคณะภาค ๗ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร รก.เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ประธานดับเทียนชัย พระเดชพระคุณ พระราชโพธิวรคุณ เจ้าคณะอำเภอดอยสะเก็ด เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสะเก็ด พระภาวนาจารย์นั่งปรกอธิษฐานจิต
1. พระครูสิริสีลสังวร (ครูบาน้อย เตชปญฺโญ) วัดศรีดอนมูล จังหวัดเชียงใหม่
2. พระครูประภัศร์ธรรมรังสี (ครูบาจันต๊ะ รังษี) วัดกู่เต้า จังหวัดเชียงใหม่
3. พระครูสังฆรักษ์ พีระ คมฺภีรปญฺโญ วัดกู่สันป่าตาล จังหวัดลำพูน
4. พระครูปลัดวรกร เขมปญฺโญ (ครูบาน้อย) วัดสันปูเลย จังหวัดเชียงใหม่ เจริญพุทธมนต์ธรรมจักกัปปวัตนสูตร พระเถรานุเถระ 16 รูป จังหวัดเชียงใหม่ พระสงฆ์สวดคาถาพุทธาภิเษก คณะสงฆ์วัดราชสิทธาราม กรุงเทพมหานคร

หลวงปู่แสน

หลวงปู่แสน ปสนฺโน วัดบ้านหนองจิก อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ได้รับการขนานามว่า “เทพเจ้าแห่งเขาภูฝ้ายใกล้ชายแดนเขมร” ปัจจุบันอายุ 10๙ ปี สุขภาพร่างกายยังแข็งแรง เดินไปไหนมาไหนได้ปกติ และทุกวันจะมีข้าราชการ ตำรวจ ทหาร เข้ากราบไหว้ไม่ขาดสาย

“แสน คุ้มครอง” เป็นชื่อและนามสกุลเดิมของหลวงปู่แสน เกิดวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2๔51 ระหว่างบวชเณรได้ไปศึกษาเรียนหนังสือกับหลวงพ่อมุมวัดปราสาทเยอใต้ จนจบป.๔ และได้เรียนตำราพระเวชจากหลวงพ่อมุมทั้งภาษาขอม ภาษาธรรมบาลี จนเก่งกล้าวิชา กระทั่งอายุ 21 ปี ได้เข้าบรรพชาอุปสมบทที่วัดบ้านโพง ได้นิมนต์หลวงพ่อมุม อินทปญโญ วัดปราสาทเยอ อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ เป็นพระกรรมวาจาจารย์



คาถาเมตตามหานิยมหลวงปู่แสน ที่ท่านมักบอกให้ลูกศิษย์ คือ “นะ เมตตา โม กรุณา พุทธ ปราณี ธา ยินดี ยะ ประเสริฐเลิศไกล โม จับจิตร พุทธ จับใจธารักใคร่ ยะ มนุษสาหญิงชายทั้งหลาย เหหิจิตตังปิยังมะมะ นะ ออนใจ รัก นำ ทรัพย์สิน เงินทอง มาชูกู เพ็งๆ พาๆ หาๆ ฤาๆ”

คำว่า “เพ็งๆ พาๆ หาๆ ฤาๆ” เป็นภาษาโบราณ เป็นคาถา เร่งให้มีลาภเร็วขึ้น เป็นมหาลาภ มีผลยิ่งใหญ่มาก

วัตถุมงคลของหลวงปู่แสนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วเนื่องจากวัตถุมงคลของท่านมีประสบการณ์แคล้วคลาดปลอดภัย ผู้นำไปใช้มีโชคลาภมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะเหรียญเสมาครึ่งองค์หลวงปู่แสน รุ่นเจ้าสัวแสนนิยม ที่จัดสร้างโดย “วิทย์ เมืองตาก” เพื่อหารายได้สมทบทุนสร้างศาลา

เหรียญเสมาครึ่งองค์หลวงปู่แสน รุ่นเจ้าสัวแสนนิยม ออกแบบเหรียญเป็นสไตล์เหรียญเสมาหลวงปู่ทิมผสมผสานกับเหรียญเจริญพรบนหลวงพ่อคูณ ผสมผสานกับการแกะแบบสไตล์หลวงปู่สี โชคดีได้ทีมกราฟฟิกจากทีมงานฉะเชิงเทราท่านชอ ปรกโพธิ์ มาเป็นทีมงานออกแบบให้ และกลุ่มเพื่อนเก่าของวิทย์ เมืองตาก เป็นทีมงานที่ปรึกษา บวกกับลูกค้าเดิมที่เชื่อมั่นในฝีมืองานการดูแลงานของวิทย์ เมืองตาก จำนวนการสร้างเพียง 5,555 เหรียญ ซึ่งมีตั้งแต่เสมาเนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวะ เนื้อชนวน เนื้ออัลปาก้า และเนื้อทองแดง

ด้วยบารมีหลวงปู่แสน ตอนนี้ท่านดังไกลถึงต่างประเทศบวกกับความสวยของเหรียญรุ่นนี้จึงมีลูกศิษย์มากมายทั้งในและต่างประเทศมาขอเช่าบูชารุ่นเจ้าสัวแสนนิยมนี้กันอย่างมากมาย “พระออกไม่ถึงเดือนมีผู้แขวนบูชาและมีประสบการณ์ทั้งแคล้วคลาดปลอดภัยทั้งโชคลาภมากมาย มีผู้แขวนบูชากว่าหลายร้อยคน” จึงทำให้เป็นกระแสนิยมมากที่สุด


อาจารย์สุบิน คุ้มนะหน้าทอง

 อาจารย์สุบินเป็นชาวเหนือโดยกำเนิด บ้านเกิดคือ บ้านป่าไผ่ ตำบลป่าลาน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เด็กชายสุบินเดินทางเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ อายุ ๑๓ ปี ได้บรรพชาสามเณรที่วัดศรีประดู่ โดยมี พระครูเขมาพิราม วัดยางทอง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้นได้เข้าศึกษาพระธรรมวินัยตามธรรมเนียมของผู้ที่บรรพชาหรืออุปสมบทเข้ามาในพระพุทธศาสนาสามเณรสุบินได้รับความเมตตาจากครูบาอาจารย์ได้อบรมสั่งสอนให้ความรู้ จนศึกษาจบนักธรรมชั้นเอก จากสำนักเรียนวัดเชตุพน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และศึกษาวิชาสามัญจนจบมัธยมศึกษาปีที่ ๖      

     เมื่อสามเณรสุบินได้ร่ำเรียนวิชาสามัญจบแต่ละชั้นเเล้วได้หันไปศึกษาด้านพุทธาคม กับครูบาอาจารย์หลายรูป และการศึกษาวัตรปฏิบัติพระกรรมฐาน โดยการศึกษาทางพุทธาคม
 ได้รับเมตตาจาก พระครูสิริสุภาจารย์(ครูบาอินสม) เจ้าอาวาสวัดศรีประดู่ และวิชาอาคมด้านไสยศาสตร์จากนั้นก็ได้ไปศึกษาวิชาเทียนมหาเศรษฐีพันอย่าง สะเดาะห์เคราะห์ต่อชะตา หนุนดวง กับ ครูบาอิ่นแก้ว อนิญชโณ วัดวาลุการาม (ป่าแงะ) ตำบลตลาดขวัญ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ และครูบาอิ่นแก้ว อนิญชโณ ท่านยังได้มีเมตตาสอนวิธีนั่งสมาธิ โดยนั่งตั้งแต่ตี ๕ ยันเที่ยงวัน ซึ่งถือได้ว่า เป็นครูบาอาจารย์ที่สามเณรสุบินได้ปรนนิบัติรับใช้และร่ำเรียนที่ใกล้ชิดมากที่สุดและสามเณรสุบินได้มีโอกาสติดตามครูบาอาจารย์ออก ธุดงควัตรปฏิบัติธรรมไปแถวพม่า ลำปาง เชียงราย ในแถบภาคเหนือ ตามป่าบ้างวัดร้างบ้าง   
   

     ในช่วงที่ธุดงควัตรอยู่นั้น สามเณรสุบินได้ไปกราบนมัสการครูบาอาจารย์หลายๆรูปและร่ำเรียนวิชามาหลายแขนง หลังจากที่กลับจากธุดงควัตร อายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ก็ได้เข้าอุปสมบท
 ญัตติกรรมเป็นพระภิกษุ โดยมี พระครูรัตนวราธร วัดป่าไม้แดง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากอุปสมบทแล้ว ครูบาสุบินได้เดินทางไปจำพรรษา กับ ครูบาหน้อย วัดบ้านปง (มรณภาพอายุ ๑๐๒ ปี)ซึ่งก่อนหน้านี้ ครูบาสุบินได้เป็นเจ้าสำนักสงฆ์ใหม่จันทรวิโรจน์ ตำบลสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่อายุ ๑๘ ปี ครั้งบรรพชาเป็นสามเณร      

     ในระยะเวลาที่จำวัดอยู่กับ ครูบาหน้อย วัดบ้านปง ครูบาสุบินก็ได้รับความเมตตาจากครูบาหน้อย ในการสอนการลงอักขระเขี้ยวเสือลงยันต์อาคม ซึ่งตามคำบอกกล่าวของผู้ที่ศรัทธา
 และครอบครองบูชาเขี้ยวเสืออาคมของครูบาหน้อย ต่างเป็นที่ประจักษ์ว่า ขลังที่สุด ซึ่งท่านทำไว้มากเท่าไรก็ไม่เพียงต่อความต้องการของบรรดาผู้ที่เป็นศิษย์และผู้คนที่ได้เข้าไปกราบไหว้      
     
     และได้ศึกษาตำหรับวิชา ของ ครูบาเจ้าศรีวิชัย จาก พ่อหนานดวงตา ปัญญาเจริญ ซึ่งท่านเป็นศิษย์เอกของ ครูบาเจ้าศรีวิชัย ท่านได้เก็บรักษารวบรวมตำราของครูบาเจ้าศรีวิชัยไว้เป็นอย่างดี
 เช่น ตำราการภาวนากรรมฐาน ที่ท่านเขียนไว้เป็นภาษาล้านนาพร้อมกับการฝึกสมาธิเบื้องต้นและขั้นสูงการเข้านิโรธกรรมตามแบบฉบับครูบาเจ้าศรีวิชัย โดยพ่อหนานดวงตาท่านมีความเก่งกล้า ทางด้านการลงอักขระเลขยันต์ และนอกจากนี้ท่านยังมอบตำรารวมทั้งยันต์รอยมือและรอยเท้าของครูบาศรีวิชัยมาเป็นสมบัติให้กับครูบาสุบินอีกด้วย


      
     อาจารย์ฆราวาส อีกท่านหนึ่งที่ครูบาสุบินได้ร่ำเรียนวิชามาคือ อาจารย์สุวรรณ มณีสีแสง แห่งเมืองเชียงใหม่ ท่านได้พบกับอาจารย์สุวรรณ มณีสีแสง ครั้งเมื่อตอนเป็นสามเณรสุบินที่เชียงใหม่
 สำหรับวิชาที่ได้รับการถ่ายทอดคือ วิชาการสร้างเทียนสะเดาะเคราะห์การสักยันต์เมตตามหานิยม รวมทั้งการสร้างพระผงและการสร้างกุมารทอง และพิธีกรรมสาลิกาคู่ชีวิตดีทางเมตตาค้าขาย ที่ใครๆได้รู้จักตำรับวิชาสายเหนือ และอีกสายคือ เขาอ้อ อาจารย์โยคีเคราเหล็ก ก็ได้ถ่ายทอดวิชาสักสาลิกาที่ริมฝีปากโดยผู้ที่จะทำการสักต้องใช้ใบโพธิ์ ๙ ใบ ธูป ๙ ดอก เทียน ๙ เล่ม หมายถึงความเจริญก้าวหน้าในชีวิต หน้าที่การงาน เมตตามหาเสน่ห์ นอกนั้น ครูบาสุบินยังได้ศึกษา วิชาอาคมไสยเวทย์ จาก อาจารย์สายบรมครูบูบุอ่อง ชาวพม่า อาจารย์สาธู ชาวกะเหรี่ยงและอีกมากมายหลายครูบาอาจารย์ ซึ่งท่านก็ได้เมตตาสอนความรู้ให้ครูบาสุบินโดยมิได้ปิดบังอำพรางใดๆมี อาคมทางด้านแก้คุณไสย สมุนไพรและพระเวทย์ ฯ การศึกษาตำราและการเล่าเรียนพระปริยัติสายสามัญ ครูบาสุบินจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งคณะสงฆ์ ธรรมยุตนิกาย นับได้ว่าครูบาสุบินเป็นแบบอย่างของนักเรียนนักศึกษา ที่มีความมุ่งมานะ และพยายามจนกระทำได้สำเร็จพร้อมเป็นพระสงฆ์ที่น่านำมาเป็นแบบอย่างโดยแท้จริง
แสดง   10 20 30